เทศกาลตรุษจีน (ชุนเจี๋ย) มีอีกชื่อหนึ่งคือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เป็นการเฉลิมฉลองเพื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากช่วงเวลาก่อนหน้าซึ่งเป็นฤดูหนาว ประเทศจีนจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ไม่สามารถเพาะปลูกหรือทำการเกษตรได้ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงจึงจะสามารถกลับมาทำสวนทำไร่ได้อีกครั้ง ชาวจีนจึงยกให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิเป็นวันสำคัญ เรียกว่า วันตรุษจีน

การเฉลิมฉลองอันยาวนานในเทศกาลตรุษจีนมีธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมามากมาย วันนี้ OfficeMate รวบรวมลิสต์คำถามที่ควรรู้ ให้คุณจัดงานเฉลิมฉลองได้ถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว และมีความสุขตลอดทั้งปี

Q : ปฏิทินตรุษจีนปี 2563 วันไหนต้องทำอะไรบ้าง?

การเฉลิมฉลองในเทศกาลตรุษจีนตามธรรมเนียมปฏิบัติจะเฉลิมฉลองกันยาวนานนับ 15 วัน แต่วันตรุษจีนในบ้านเรา ชาวไทยเชื้อสายจีนจะยึดธรรมเนียมการเฉลิมฉลองกันทั้งหมด 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

วันจ่าย (ตื่อเส็ก) ในปี 2563 ตรงกับวันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม สิ่งที่ต้องทำในวันจ่าย คือ การออกไปจับจ่ายของสำหรับเซ่นไหว้ ทั้งอาหาร ผลไม้ และขนม มาเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนที่ร้านค้าต่างๆ จะพากันปิดร้านหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันไหว้ ในปี 2563 ตรงกับวันศุกร์ ที่ 24 มกราคม ในตอนเช้ามืดของวันไหว้ จะเริ่มพิธีไหว้ป้ายเล่าเอี๊ย เป็นการไหว้บูชาองค์เทพเจ้า หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลารวมตัวรับประทานอาหารที่ใช้เซ่นไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล และปิดท้ายด้วยการแจกซองอั่งเปา

วันเที่ยว (ชิวอิก) ในปี 2563 ตรงกับวันเสาร์ ที่ 25 มกราคม ถือเป็นวันแห่งสิริมงคล ครอบครัวชาวจีนจะออกเดินทางไปไหว้ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ หรือพากันเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส ถือเป็นวันแห่งความสุขและงดทำบาปทุกประการ

Q : สารทจีนกับตรุษจีน ต่างกันอย่างไร?

ตรุษจีน คือ วันขึ้นปีใหม่ ตามธรรมเนียมจะเน้นไปที่การไหว้เจ้าและขอพร รวมถึงมีการท่องเที่ยวเพื่อเฉลิมฉลอง แต่วันสารทจีน คือ วันสำหรับเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เพราะตามความเชื่อของชาวจีน ช่วงเดือน 7 (ปฏิทินจีน) เป็นช่วงที่ประตูสวรรค์และประตูนรกเปิด ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจึงมีโอกาสได้กลับบ้านมาหาลูกหลาน ของที่ใช้ไหว้จึงเป็นอาหารจานโปรดของเหล่าอากงอาม่า พูดง่ายๆ คือ วันตรุษจีน = วันไหว้เจ้า ส่วน วันสารทจีน = วันไหว้บรรพบุรุษ นั่นเองค่ะ

Q : ของไหว้เจ้าวันตรุษจีนมีอะไรบ้าง?

หนึ่งความเชื่อในวันตรุษจีน คือ ครอบครัวไหนที่จัดโต๊ะไหว้เจ้าและเตรียมของไหว้ได้อย่างถูกต้อง จะก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลและมีโชคตลอดปี เพราะฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า ของไหว้ในวันตรุษจีนนั้นต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง แล้วแต่ละอย่างมีความหมายเป็นมงคลอย่างไร

อาหารไหว้เจ้าวันตรุษจีน

  • ไก่ หมายถึง ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรืออีกความหมายหนึ่งคือการรู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะไก่จะขันตรงเวลาในทุกเช้า ไก่สำหรับไหว้เจ้าในวันตรุษจีน ต้องเป็นไก่เต็มตัว มีหัว หาง และเท้า เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์
  • เป็ด หมายถึง ความสะอาด ความบริสุทธิ์ และการมีความสามารถหลากหลาย
  • ปลา หมายถึง ความมีกิน ความอุดมสมบูรณ์ และเหลือกินเหลือใช้ ทั้งยังใช้เป็นตัวแทนของการอยู่ร่วมกัน
  • สาหร่ายดำ ในภาษาจีน ออกเสียงคล้ายกับคำว่า จี๊ ที่แปลว่าเงิน ของไหว้อย่างสาหร่ายดำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย
  • เส้นบะหมี่ หรือ หมี่ซั่ว เมื่อนำมาปรุง ไม่ต้องตัดเอาความยาวออก เพราะจะสื่อถึงอายุที่ยืนยาวนั่นเอง 

ขนมไหว้เจ้าวันตรุษจีน

  • ขนมเข่งและขนมเทียน หมายถึง ความหวานชื่น และความราบรื่นในชีวิต
  • ขนมไข่ สื่อถึง ความเจริญเติบโต
  • ขนมถ้วยฟูุ หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความเฟื่องฟู
  • ซาลาเปา และ หมั่นโถว หมายถึง โชคลาภ
  • ขนมจันอับ หรือ จั๋งอั๊บ ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ ขนมถั่วตัด (เต้ายิ้งปัง), ขนมงาตัด (มั่วปัง), ถั่วเคลือบน้ำตาล (ซกซา), ฟักเชื่อม (กวยแฉะ) และขนมข้าวพอง (โหงวจ๊งปัง) ความหมายโดยรวมคือ การเพิ่มพูน และการมีความสุขตลอดไป

ผลไม้มงคล 5 อย่าง สำหรับไหว้เจ้าวันตรุษจีน

  • กล้วย หมายถึง โชคลาภ และการมีลูกหลานสืบสกุล
  • แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติสุขและสันติภาพ 
  • สาลี่ หมายถึง คุณงามความดี และการเก็บรักษาเงินทองโชคลาภไม่ให้เสื่อมหาย
  • ส้ม หมายถึง สิริมงคล ความโชคดี
  • องุ่น หมายถึง ความเจริญงอกงาม การมีอายุยืนนาน

รู้ความหมายของอาหารแต่ละอย่างกันไปแล้ว ทีนี้คุณก็สามารถจัดโต๊ะไหว้เจ้าได้อย่างถูกต้องแล้วล่ะค่ะ ตรุษจีนปีนี้ ใครกำลังมองหาโต๊ะไหว้เจ้า สามารถเข้ามาช้อป ‘โต๊ะไหว้เจ้า’ ได้ที่ OfficeMate

Q : สิ่งที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

ห้ามทำความสะอาดบ้านและซักผ้า

การทำความสะอาดต้องทำก่อนวันตรุษจีน จัดเตรียมบ้านและทำความสะอาดให้เรียบร้อย หากทำความสะอาด โดยเฉพาะการกวาดบ้านในวันตรุษจีน เชื่อว่าจะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง และความเจริญรุ่งเรืองออกไปจากบ้าน

เมื่อปัดกวาดบ้านในวันตรุษจีนไม่ได้ งั้นเรามาเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนจะถึงวันตรุษจีน เพื่อรอต้อนรับโชคดีและเสริมความเป็นสิริมงคลกันดีกว่าค่ะ ช้อปอุปกรณ์ทำความสะอาด ได้ที่ OfficeMate

ห้ามร้องไห้

ชาวจีนเชื่อว่าหากคุณร้องไห้ในวันตรุษจีน จะทำให้คุณพบกับเรื่องที่ทำให้เสียน้ำตาไปตลอดปี

ห้ามซื้อรองเท้าใหม่

ข้อห้ามเก๋ๆ นี้ เกิดมาจากความพ้องเสียงของคำว่า รองเท้า ในภาษาจีน ที่ออกเสียงคล้ายกับคำว่า สูญเสีย ทั้งยังเหมือนกับเสียงถอนหายใจ จึงถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนั่นเอง

ห้ามทะเลาะเบาะแว้งและห้ามพูดคำหยาบ

คำหยาบเป็นสิ่งที่ไม่ดีอยู่แล้ว การทะเลาะเบาะแว้ง รวมไปถึงการพูดปด ยังจะนำพาความโชคร้ายมาให้ ทำให้คุณพอเจอกับความอัปมงคลตลอดทั้งปี

ห้ามใส่เสื้อผ้าสีขาวดำ

โดยเฉพาะสีขาว สำหรับชาวจีนสีขาวเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ การใส่สีขาวในวันตรุษจีน เชื่อว่าจะนำพาลางร้ายมาสู่ครอบครัว

ห้ามทำของตกแตก

การทำของตกแตกในวันตรุษจีน เชื่อว่าเป็นลางร้าย ครอบครัวจะแตกแยกและจะมีคนเสียชีวิต

ห้ามใช้ของมีคม

ของมีคมในที่นี้คือมีดและกรรไกร หากใช้ของมีคมในช่วงนี้ไม่ว่าจะตัดอะไรก็ตาม เชื่อว่าจะเป็นการตัดความโชคดีออกไปด้วยนั่นเองค่ะ

ห้ามให้คนอื่นยืมเงิน

อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เชื่อกันว่าหากให้คนอื่นยืมเงินในช่วงเทศกาลตรุษจีน ก็จะมีคนมายืมมเงินตลอดทั้งปี และถ้าเกิดคุณไปติดเงินใครในช่วงนี้ ก็จะมีหนี้สินติดตัวไปตลอดปีอีกด้วย

Q : แล้ววันตรุษจีนควรทำอะไร ?

นอกจากการไหว้เจ้าตามธรรมเนียมแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่ชาวจีนเชื่อว่าหากทำสิ่งเหล่านี้ในวันตรุษจีน จะทำให้โชคดีเกิดขึ้นตลอดปี ได้แก่

ประดับ ‘ตุ๊ยเลี้ยง’ ภายในบ้าน

ตุ๊ยเลี้ยง คือ ป้ายคำกลอนที่ชาวจีนใช้ในการอวยพรปีใหม่ เป็นคำกลอนความหมายดี เช่น ‘ร่ำรวยมีเงินทอง’ , ‘สุขภาพแข็งแรง’ , ‘มีโชคดี’ เป็นต้น

กินเจเป็นมื้อแรกในวันตรุษจีน

ชาวจีนเชื่อว่าการกินเจ หรือการงดเว้นเนื้อสัตว์ในวันแรกของปีจะได้บุญเหมือนกับการกินเจตลอดทั้งปีนั่นเองค่ะ

สวมเสื้อผ้าใหม่ ที่สีสันสดใส

การสวมเสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส จะถือเป็นการนำแสงสว่างมาสู่ชีวิต โดยเฉพาะ สีแดง กับ สีทอง ที่ชาวจีนถือว่าเป็นสีมงคลและเป็นสีแห่งความสุข บางคนที่เคร่งมากๆ อาจสวมเสื้อผ้าสีแดงทั้งชุด ไม่เว้นแม้แต่ชุดชั้นใน

จุดประทัดต้อนรับปีใหม่

ว่ากันว่า เสียงดังของประทัดจะขับไล่สัตว์ร้าย และสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลออกจากบ้าน

รับประทานเกี๊ยวร่วมกัน

ในคืนสุดท้ายของปี ครอบครัวชาวจีนจะทานเกี๊ยวร่วมกัน เนื่องจากรูปร่างกลมๆ ของก้อนเกี๊ยวที่คล้ายกับก้อนเงินหรือถุงห่อเงิน จึงสื่อถึงความเป็นมงคล ร่ำรวย และมั่งมี

มอบ ส้ม เพื่ออวยพรญาติผู้ใหญ่

ในวันเที่ยว นอกจากครอบครัวจะพากันออกไปเที่ยวแล้ว ยังมีการพากันไปไหว้ขอพรจากผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งที่นำติดตัวไปก็คือส้มสีทอง 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะให้ผู้ชายมอบส้มให้กับเจ้าของบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านรับไป ก็จะนำส้มออกจากห่อ 2 ผล แล้วนำส้มสีทองที่บ้านใส่กลับไปในห่อ 2 ผล แล้วคืนให้แขก เสมือนเป็นการอวยพรให้ต่างฝ่ายต่างโชคดีนั่นเอง

Q : อั่งเปา กับ แต๊ะเอีย เหมือนกันหรือต่างกัน ?

ความจริงแล้ว ซองแดงที่เราได้รับกันในวันตรุษจีนสามารถเรียกได้ทั้ง อั่งเปา และ แต๊ะเอีย เพราะคำทั้งสองนี้ ต่างกันเพียงประวัติความเป็นมาเท่านั้นเองค่ะ

คำว่า ‘อั่ง’ หมายถึง สีแดง ส่วน ‘เปา’ หมายถึง ซองหรือห่อ เมื่อรวมกัน ‘อั่งเปา’ จึงหมายถึงของที่อยู่ในซองสีแดง ซึ่งก็คือเงินนั่นเอง ในวันตรุษจีนผู้ใหญ่ที่ทำงานมีรายได้แล้ว รวมถึงผู้สูงอายุ จะนำเงินใส่ซองอั่งเปาแล้วมอบให้เด็กๆ เป็นของขวัญมงคลรับปีใหม่ โดยบางคนอาจถือเคล็ดว่า จำนวนเงินในซองควรเป็นเลขนำโชค อย่างเลข 8 ที่หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง และความร่ำรวย

ส่วนคำว่า ‘แต๊ะ’ แปลว่า กดหรือทับ ‘เอีย’ แปลว่า เอว ‘แต๊ะเอีย’ จึงหมายถึง ของที่มากดหรือทับอยู่ที่เอว เนื่องจากในสมัยก่อน เงินเหรียญของชาวจีนจะมีรูอยู่ตรงกลาง เมื่อวันตรุษจีนมาถึง ผู้ใหญ่ก็จะนำเงินเหรียญนี้มาร้อยด้วยเชือกสีแดงให้เป็นพวงมอบให้กับเด็กๆ พวกเด็กๆ ก็จะนำมาผูกเอวเก็บเอาไว้

เห็นความแตกต่างกันไปแล้ว แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ไม่ว่าจะอั่งเปา หรือ แต๊ะเอีย ผู้รับก็มีความสุขทั้งนั้นค่ะ ช้อปซองอั่งเปาได้แล้ววันนี้ที่ออฟฟิศเมท คลิกเลย

0 CommentsClose Comments

Leave a comment

shares