โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษHOT !
อุปกรณ์สำนักงาน
ไอที
อุปกรณ์ทำความสะอาด
เฟอร์นิเจอร์
ครัวและเครื่องใช้
เวชภัณฑ์
อุปกรณ์โรงงาน
เครื่องมือช่าง
สมาร์ท & ไลฟ์สไตล์
ของขวัญ & งานพิมพ์
ซอฟต์แวร์ & บริการ
หนังสือ & สื่อบันเทิง
สาขาออฟฟิศเมท

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

กรุณารอสักครู่
จัดเรียงตาม
แสดง
/ หน้า
grid viewlist view
กรุณารอสักครู่

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 

ในยุคดิจิตอลการทำงานต่างๆ นิยมเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเอกสาร ไฟล์งาน ภาพถ่าย เพลง วิดีโอ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลที่ต้องนำไปใช้ต่อในอนาคต การเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวอาจเสี่ยงต่อการที่ข้อมูลจะหายไปเมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราเกิดพังหรือสูญหาย การสำรองข้อมูลจึงเป็นเรื่องจำเป็น และปัจจุบันก็ได้มีการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหรือสำรองข้อมูลออกมาหลายประเภท เพื่อให้การเก็บและสำรองข้อมูลสำคัญมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในปัจจุบันแบ่งตามลักษณะการจัดเก็บได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช (Flash memory) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบระบบเครือข่าย ซึ่งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแต่ละประเภทมีข้อดีและความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก

  • ฮาร์ดดิสก์ (HDD/Hard Disk Drive)

ฮาร์ดดิสก์ (HDD) เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของจานหมุน ที่สามารถจุข้อมูลได้มหาศาล เป็นที่นิยมมากว่า 60 ปี โดยปกติฮาร์ดดิกส์จะมีอยู่ในคอมพิวเตอร์(พีซี) และโน้ตบุ๊ก แต่ในปัจจุบันได้มีการผลิตฮาร์ดดิสก์สำหรับพกพาขึ้นมาเป็นอุปกรณ์เสริมในการเก็บและสำรองข้อมูล แบ่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ช่วยให้คอมพิวเตอร์ไม่ต้องทำงานหนัก หรือทำงานช้าลงเพราะมีปริมาณข้อมูลในเครื่องมากเกินไป และยังออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพียงต่อสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก ก็สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ นอกจากนั้นฮาร์ดดิสก์สำหรับพกพายังมีขนาดเล็กและเบา สามารถพกไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก 

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช (Flash memory)

  • เมมโมรี่การ์ด

เมมโมรี่การ์ดมีหลายแบบให้เลือกใช้ แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน คือ Secure digital card หรือเรียกสั้นๆ ว่า SD card เนื่องจากสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์หลายประเภท เช่นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แต่จะนิยมใช้กับอุปกรณ์จำพวกกล้องเป็นหลัก SD card ยังสามารถแบ่งได้อีก 4 แบบตามความจุ คือ  SD card ธรรมดา จุได้ไม่เกิน 2 GB, SDHC card สามารถจุได้ตั้งแต่ 4 GB - 32 GB เหมาะกับการเก็บภาพถ่ายและวิดีโอ, SDXC card จุได้ถึง 2 TB เหมาะที่จะใช้กับภาพถ่ายและวิดีโอที่ต้องการคุณภาพ และความคมชัดระดับสูง และ Micro SD cardเป็น SD card ขนาดเล็ก เหมาะกับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก เช่น มือถือหรือเครื่องเล่นเพลง 

เมมโมรี่การ์ดจะใช้งานคู่กับการ์ดรีดเดอร์ในการถ่ายโอนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊ก ในกรณีที่คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กของเราไม่มีพอร์ตสำหรับรองรับเมมโมรี่การ์ด การ์ดรีดเดอร์สามารถใช้งานกับการ์ดได้หลายประเภท และยังมีการพัฒนาให้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้รวดเร็ว เหมาะกับการย้ายไฟล์ภาพที่มีความละเอียดสูง หรือไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ช่วยประหยัดเวลา 

  • แฟลชไดร์ฟ

แฟลชไดร์ฟเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และใช้งานง่าย ไม่ต้องมีอุปกรณ์ต่อเสริมใดๆ ไม่ต้องพึ่ง WiFiในการโอนถ่ายข้อมูล ไม่ต้องลงไดร์ฟเวอร์ก่อนใช้งาน และมีหลายความจุให้เลือกใช้และในบางยี่ห้อยังสามารถจุได้มากถึง 2 TB 

  • SSD (Solid State Drive) 

SSD (Solid State Drive) เป็นฮาร์ดดิสก์อีกรูปแบบหนึ่งทำหน้าที่เหมือนกับฮาร์ดดิสก์แบบ HDD แต่พัฒนาให้มีการทำงานคล้ายกับแฟลชไดร์ฟ คือเก็บข้อมูลโดยใช้ Flash memory ship แทนการใช้จานหมุน ซึ่งฮาร์ดดิสก์ประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีความทนทาน เนื่องจากไม่มีส่วนที่ต้องหมุน/เคลื่อนไหวระหว่างใช้งาน และสามารถอ่าน-เขียนข้อมูลได้เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบ HDD 

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลระบบเครือข่าย

  • NAS 

NAS มีความคล้ายคลึงกับ External Harddisk คือใช้เก็บข้อมูล แต่การเก็บข้อมูลใน NAS นั้นพิเศษกว่า คือ เป็นการเก็บข้อมูลแบบระบบเครือข่าย เราสามารถแชร์ข้อมูลที่เก็บไว้ใน NAS ผ่านเครือข่ายที่เราสร้างขึ้นไว้ที่บ้าน หรือที่ทำงาน และผู้ใช้คนอื่นที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เราแชร์ไว้ได้ ความพิเศษอีกอย่างของ NAS คือ แม้เราจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แต่หากเครื่อง NAS ยังเปิดอยู่ คนอื่นๆ ก็จะยังสามารถเข้าถึงไฟล์ที่เราแชร์ไว้ได้

NAS เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มี Hard drive ในตัว มีหลายขนาดให้เลือกใช้ อาจจะมี Hard drive  ตั้งแต่ 1-2 ตัว สำหรับการใช้งานระดับปกติ, 4-8 ตัว สำหรับการใช้งานในระดับกลาง และ 12-100 ตัว สำหรับการทำงานในระดับสูง การมีจำนวน Hard drive มาก จะช่วยให้ระบบการทำงานเร็วขึ้น และยังมีการสำรองข้อมูลระหว่าง Hard drive แต่ละตัวอีกด้วย

หลักในการเลือกซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีหลายประเภทให้เลือกใช้ และแต่ละประเภทก็มีลักษณะการทำงานและเหมาะสมกับการใช้งานต่างกัน ก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมาใช้ จึงควรพิจารณาตามความต้องการและตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากความจุในการเก็บข้อมูล, ความเร็วในการเขียน-อ่าน/ถ่ายโอนข้อมูล, ความทนทานและความเสถียร, ใช้งานแบบตั้งโต๊ะหรือพกพาออกนอกสถานที่ และที่สำคัญอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลต้องเข้ากันได้กับพอร์ตและระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเรา