ไวน์ เครื่องดื่มประจำโอกาสพิเศษ และการเฉลิมฉลอง รสชาติฝาดแต่ละมุนลิ้นของไวน์ ช่วยให้มื้ออาหารพิเศษขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ร้านอาหารหลายร้านจึงพิถีพิถันในการเลือกไวน์ ให้เหมาะกับเมนูอาหารเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้ามากที่สุด ซึ่งรสชาติของไวน์นั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับการหมักบ่มและการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ยังขึ้นอยู่กับ ‘แก้วไวน์’ อีกด้วย

แก้วไวน์มีผลต่อรสชาติของไวน์

ไวน์เป็นเครื่องดื่มพิเศษที่จำเป็นต้องผลิตและเก็บรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อคงรสชาติ และกลิ่นเอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลกับรสสัมผัส รสชาติ และกลิ่นของไวน์ นั่นก็คือ ‘แก้วไวน์’

อาจจะดูเหลือเชื่อ ที่ว่าแก้วไวน์สามารถช่วยให้ไวน์รสชาติดีขึ้นได้ แต่ข้อเท็จจริงนี้ก็เหมือนกับการดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ อย่างเช่น เบียร์ การดื่มเบียร์ในแก้วกาแฟ ย่อมอร่อยน้อยกว่า และไม่ได้อรรถรสเหมือนกับการดื่มเบียร์ในแก้วเบียร์ การดื่มไวน์ก็เช่นเดียวกัน ด้วยความที่ไวน์แต่ละชนิดมีรสชาติ กลิ่น และระดับแอลกอฮอล์แตกต่างกัน หากคุณเลือกใช้แก้วไวน์ได้เหมาะสมกับไวน์ชนิดนั้นๆ แก้วไวน์ก็จะช่วยดึงรสชาติ กลิ่นหอม ความฝาด รวมถึงลักษณะเด่นจำเพาะของไวน์ชนิดนั้นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

พูดมาขนาดนี้แล้ว ก็ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า ไวน์แต่ละชนิดนั้นเหมาะจะเสิร์ฟคู่กับแก้วไวน์แบบไหน เพื่อให้ได้อรรถรสมากที่สุด

ส่วนประกอบของแก้วไวน์

แก้วไวน์
  • ขอบแก้ว ส่วนบนสุดของแก้วไวน์ ออกแบบมาให้มีความบางและมน เพื่อให้สัมผัสที่นุ่มเมื่อปากของผู้ดื่มจรดกับขอบแก้ว
  • ตัวแก้ว ตัวแก้วไวน์เป็นส่วนสำคัญที่แบ่งแยกแก้วไวน์แต่ละชนิดออกจากกัน ออกแบบมาให้เป็นแก้วใส เพื่อให้มองเห็นสีของไวน์และฟองอากาศ 
  • ก้านแก้ว ก้านแก้ว เป็นส่วนที่ทำให้แก้วไวน์มีลักษณะต่างจากแก้วประเภทอื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อความเก๋ หรือยูนีค แต่ก้านแก้วจะใช้เป็นด้ามจับ เพื่อไม่ให้ความร้อนจากมือของเรา ไปสัมผัสกับตัวแก้วจนทำให้ไวน์เสียรสชาติ 
  • ฐานแก้ว ส่วนล่างสุดของแก้วไวน์ มีความบางแต่ก็สามารถรองรับน้ำหนักและตั้งวางแก้วไวน์อย่างมั่นคงได้

ประเภทของแก้วไวน์

หลักการเลือกใช้แก้วไวน์นั้นไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เลือกแก้วไวน์ให้เหมาะสมกับชนิดของไวน์เท่านั้นเอง งั้นเราไปดูกันว่า แก้วไวน์มีกี่ชนิด แล้วแต่ละชนิดเหมาะกับไวน์แบบไหน ลุย!!

แก้วไวน์แดง

แก้วไวน์แดง

แก้วไวน์แดง จะมีตัวแก้วอ้วนและกลม ปากแก้วกว้าง สำหรับเพิ่มพื้นที่ให้อากาศสามารถเข้าไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับไวน์ที่อยู่ภายในแก้วได้ ซึ่งปฏิกิริยานี้จะช่วยไวน์แดงมีรสชาตินุ่ม ละมุน ดื่มง่ายขึ้น เพราะโดยปกติไวน์แดงจะมีคุณสมบัติจำเพาะ คือ รสชาติเข้มข้น และมีความซับซ้อน แก้วสำหรับไวน์แดง มีหลายประเภท ดังนี้ แก้วกรองด์ครู (Grand Cru) สำหรับไวน์แดงแบบเข้มข้น (Full-Bodies) หรือไวน์แดงที่หมักบ่มเอาไว้เป็นเวลานาน (Long-aged wine), แก้วคาบาเน่ (Cabernet) และ แก้วบอร์โดขนาดใหญ่ (Large Bordeaux) สามารถใช้ได้กับไวน์แทบทุกชนิด ยกเว้นไวน์ที่มีรสชาติอ่อน (Light-Bodies) สุดท้ายคือ แก้วพิโนนัวร์ (Pinot Noir) และ แก้วเบอร์กันดี (Burgundy) เหมาะกับไวน์แบบ Light-Bodies ไปจนถึง Mudium-Bodies ช่วยให้กลิ่นอ่อนๆ ของไวน์อบอวลอยู่ในแก้วได้นานขึ้น

แก้วไวน์ขาว

แก้วไวน์ขาว

แก้วไวน์ขาว มีลักษณะตัวแก้วเป็นรูปตัวยู สูงเพรียว และปากแก้วแคบกว่าแก้วไวน์แดง เพราะไวน์ขาวไม่จำเป็นต้องใช้อากาศมาทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ลักษณะของแก้วรูปตัวยูปากแคบ ยังช่วยเก็บรักษาความเย็น และทำให้กลิ่น หรืออโรม่าของไวน์ขาวคลุ้งอบอวลอยู่ในแก้วได้นานกว่าอีกด้วย แก้วไวน์ขาวมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ แก้วโซวิญองบลอง (Seuvignon Blanc) สำหรับไวน์ขาวรสชาติอ่อนๆ (Light-wine) และ แก้วชาร์ดอเน่ / ชาร์โดเนย์ (Chardonnay) เหมาะกับไวน์ขาวเข้มข้น (Full-Bodies)

แก้วไวน์โรเซ่

แก้วไวน์โรเซ่ เป็นไวน์ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และรสชาตินุ่มละมุนเป็นเอกลักษณ์ แก้วไวน์สำหรับไวน์โรเซ่จึงมีตัวแก้วสูงเพรียว ไม่เป็นกระเปาะกลม ปากแก้วแคบ เพื่อไม่ให้อากาศไปทำปฏิกิริยากับไวน์จนทำลายกลิ่นหอม และรสชาติอ่อนๆ ของไวน์ แก้วไวน์โรเซ่มี 2 แบบ คือ Slight Taper Design สำหรับไวน์โรเซ่แบบเข้มข้น (Full-Bodies) และ Slight Flare Lip Design สำหรับไวน์โรเซ่รสชาติบางเบา (Light-Bodies) 

แก้วสปาร์คกลิ้งไวน์ หรือแก้วแชมเปญ

แก้วสปาร์คกลิ้งไวน์

แก้วสปาร์คกลิ้งไวน์ หรือแก้วแชมเปญ มีตัวแก้วทรงยาว เพรียว และสูง ปากแก้วแคบ ช่วยปกป้องแชมเปญไม่ให้สัมผัสกับอากาศ เพื่อกักเก็บฟองอากาศและความซ่าเอาไว้ให้นานที่สุด ก้านแก้วมีความสูงมากกว่าแก้วชนิดอื่นๆ เพื่อป้องกันความร้อนจากมือ เพราะแชมเปญมักเสิร์ฟแบบแช่เย็น 

แก้วไวน์หวาน

ไวน์หวานเป็นไวน์สำหรับทานคู่กับขนมหวาน และเค้ก มีปริมาณแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง แก้วสำหรับไวน์หวานขึ้นอยู่กับชนิดของไวน์หวานที่ดื่ม หากเป็นไวน์หวานที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงและมีรสชาติหวานมาก ก็ควรใช้แก้วไวน์หวานที่มีปากแก้วแคบ เพื่อไม่ให้รสชาติของไวน์หวานจนเกินไป พูดง่ายๆ ว่ายิ่งแอลกอฮอล์มาก ก็ยิ่งควรใช้แก้วไวน์ปากแคบนั่นเอง แก้วไวน์หวาน เช่น แก้วแกรปป้า (Grappa glass) และ แก้วเซี่ยงไฮ้ โซล ลิเคียว (Shanghai Soul Liqueur)

ทั้งหมดนี้คือแก้วไวน์ประเภทต่างๆ ที่เรานำมาฝาก เมื่อเรียนรู้กันแบบเต็มอิ่มแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาช้อปปิ้งเลือกแก้วไวน์ไปเพิ่มอรรถรสให้ลูกค้าคนพิเศษประทับใจแบบไม่รู้ลืม! ช้อปปิ้งแก้วไวน์ ที่เก็บไวน์ ตู้แช่ไวน์ คลิก! OfficeMate

ขอบคุณข้อมูลจาก : waterlibrary / ohlor

shares