ใช้งานสว่านอย่างปลอดภัย เลือกสว่านยังไงให้เหมาะกับงานเจาะ?

สว่านเป็นเครื่องมือช่างที่ใช้สำหรับเจาะวัสดุต่างๆ นิยมใช้ในงานไม้และงานเหล็กทั่วไป หากลองไปเปิดกล่องเครื่องมือช่าง หลายคนคงจะเจอกับสว่านนอนอยู่ในกล่อง ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะสว่านถือเป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ไม่ว่าใครๆ ก็มีเก็บไวที่บ้าน แถมเทรนด์การซื้อเฟอร์นิเจอร์สมัยนี้ ยังนิยมเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาประกอบเองได้ที่บ้าน เพื่อลดต้นทุนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และขนย้ายสะดวก ดังนั้นสว่านถือเป็นเครื่องมือช่างพื้นที่ที่ขาดไปไม่ได้ หรือใครที่ต้องการตกแต่งบ้านหรือคอนโดด้วยตัวเอง การเจาะผนังกำแพงก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพาสว่าน อ่านต่อ

ไขข้อข้องใจ เลือกไขควงยังไงให้ถูกกับหัวสกรู?

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า ถ้าใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้พร้อมกับคำถามที่ว่า ทำไมใช้ไขควงไขสกรูแล้วหัวสกรูพังตลอด หรือไม่ก็ไขไม่ออก สรุปมันต้องใช้ยังไงกันแน่? ถือว่าคุณมาถูกทางแล้วครับ เพราะไขควงเป็นหนึ่งในหลายๆ ชนิดของเครื่องมือช่างที่ใกล้ตัวเรามาก พบเห็นได้บ่อยครั้งในกล่องเครื่องมือช่าง และเชื่อว่าแทบทุกบ้านคงจะมีไขควงติดบ้านกันอยู่แล้วอย่างน้อยๆ ซัก 1 อัน แต่ทำไมการใช้งานไขควงถึงเป็นปัญหาค้างคามาตลอด วันนี้ออฟฟิศเมทจะพามาหาคำตอบกันครับ อ่านต่อ

ไฟไหม้ต้องรับมือยังไง? เมื่ออาศัยในคอนโดฯสูง

ถ้าหากจะพูดถึงภัยที่เกิดขึ้นกับมนุษย์และอันตรายที่สุด หลายคนคงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคืออัคคีภัยหรือไฟไหม้นั่นเอง ไม่ว่าจะเกิดด้วยความประมาทเลินเล่อของเราเอง ความผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้า การลอบวางเพลิง หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติที่ควบคุมได้ยาก ล้วนก่อให้เกิดความเสียหายทั้งกับทรัพย์สิน หรืออาจรุนแรงถึงชีวิต  แม้ว่าเราไม่สามารถรู้ว่าเหตุไฟไหม้จะเกิดเมื่อไหร่แต่เราสามารถเตรียมตัวป้องกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเมืองอย่างเราที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมสูง การจะออกจากตึกเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จึงมีความยากและใช้ระยะเวลามากกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป วันนี้ออฟฟิศเมทจะมานำเสนอมาตรการรับมือเหตุไฟไหม้คอนโด การเตรียมพร้อมรับมือ ข้อควรปฏิบัติ และสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดไฟไหม้กันครับ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดไฟไหม้

  1. เมื่อเราย้ายเข้าคอนโดมิเนียมที่ใด สิ่งแรกที่ควรทำคือ การสำรวจอุปกรณ์แจ้งเหตุด่วน อุปกรณ์ดับเพลิง ว่าอยู่ตรงจุดไหนของอาคาร และชั้นของเรา เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดขึ้นมาจริงๆ เราจะสามารถวิ่งไปหยิบอุปกรณ์ได้ทันท่วงที
  2. ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน ทั้งเส้นทางจากห้องของเราและตำแหน่งของประตูฉุกเฉิน เพราะในเหตุการณ์จริงของเหตุเพลิงไหม้คอนโด คนทั้งอาคารย่อมจะกรูกันไปออกทางออกหลักพร้อมกัน หรือบางอาคารมีแค่ลิฟท์ซึ่งห้ามใช้งานเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ ดังนั้นทางออกฉุกเฉินจึงเป็นทางที่ดีและปลอดภัยที่สุด
  3. นอกจากนี้แล้ว ควรจัดห้องของเราให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่วางข้าวของกระจัดกระจาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุติดไฟหรือเชื้อไฟ เช่นกระดาษ เสื้อผ้า
  4. สำรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องของเราเสมอ ให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นต้นเหตุเพลิงไหม้
  5. เชื่อว่าคนทั่วไปมากกว่า 90% ไม่มีถังดับเพลิงหรืออุปกรณ์ดับเพลิงติดบ้านหรือห้องในคอนโดฯ แม้ส่วนกลางจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ให้เราอยู่แล้วก็ตาม แต่หากเราเตรียมพร้อมสำหรับตัวเราเองด้วย ยิ่งเป็นผลดีกับตัวเอง เช่นการมีผ้าห่มป้องกันไฟไว้ในห้อง หรือถังดับเพลิงขนาดเล็ก ในกรณีที่ห้องเราเป็นจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ในคอนโด จะได้นำอุปกรณ์มาใช้ได้ทันที และอย่าลืมที่จะศึกษาวิธีการใช้งานถังดับเพลิงด้วยนะครับ อ่านวิธีใช้ถังดับเพลิงเพิ่มเติมได้ที่ “ไฟไหม้” ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป ถ้ารู้จักวิธีใช้ถังดับเพลิง!

 

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดไฟไหม้

  1. สิ่งแรกที่เราควรทำเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้คือ การตั้งสติ เพราะเมื่อได้สติ เราจะตั้งหลักได้และรู้ว่าขั้นตอนต่อไปควรทำอย่างไร
  2. ถ้าหากเกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดมิเนียมหรือห้องชุดของเราหรือเราเป็นคนทราบเรื่อง ให้รีบแจ้งบุคคลใกล้เคียงก่อน ห้องข้างๆ โดยการเคาะประตูและตะโกน หรือระหว่างทางไปกดปุ่มแจ้งสัญญาณเตือนภัยเพื่อแจ้งให้ทุกคนรีบออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
  3. ถ้าหากคุณโชคร้ายติดอยู่ในห้อง และไฟไหม้ลุกลามจนไม่สามารถดับได้ ให้หาทางออก โดยให้คุณใช้หลังมือในการสัมผัสกับประตูหรือหน้าต่างเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ถ้าหากรู้สึกร้อนมากๆ ให้ใช้ทางออกอื่น หรือส่งสัญญาณให้หน่วยกู้ภัยมืออาชีพทราบ โดยทุบกระจกหน้าต่างออกเพื่อส่งสัญญาณให้ทีมกู้ภัยข้างนอกรู้ตำแหน่งที่แน่นอน ด้วยวิธีการตะโกนดังๆ โบกผ้า หรือใช้ไฟฉายส่อง
  4. ในกรณีที่เราไม่ทราบเหตุไฟไหม้มาก่อน เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณให้รีบหาทางหนีโดยทันที ไม่ควรคิดว่าอาจจะเป็นการซ้อมหรือไม่ ให้คิดไว้เสมอว่าทุกครั้งที่ได้ยินสัญญาณ มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นจริง หลังจากนั้นเรารีบไปยังจุดรวมพลให้เร็วที่สุด โดยหยิบแต่ของมีค่าและของที่จำเป็นเท่าที่หยิบได้เท่านั้น เพื่อความคล่องตัวในการอพยพ
  5. ในกรณีที่ความช่วยเหลือไปไม่ทัน คุณสามารถช่วยเหลือและดูแลตัวเองเบื้องต้นได้โดยใช้ถุงพลาสติกใสใหญ่ตักอากาศบริสุทธิ์ครอบหัว ผ้าชุบน้ำปิดจมูก หรือหมอบคลานต่ำ
  6. ถ้าหากอยู่ในสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ การหายใจสั้นๆ จะช่วยให้เราสามารถฝ่าออกจากเหตุเพลิงไหม้ได้ เพราะจะการหายใจสั้นๆ จะทำให้เราสูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์น้อยลง เพราะการปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์มากเกินไป จะทำให้เราหมดสติได้
  7. เมื่อเราหนีลงมาข้างล่างได้แล้ว รีบออกให้ห่างจากตัวอาคารโดยเร็วที่สุด แต่ถ้าหากเพลิงลุกไหม้รุนแรงมากจนไม่สามารถลงไปจุดรวมพลหรือออกจากตึกได้ แนะนำให้วิ่งขึ้นไปที่ชั้นสูงสุดเพื่อรอการช่วยเหลือบนนั้น เพราะในปฏิบัติการช่วยชีวิตของหน่วยกู้ภัยในเหตึเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่จะเริ่มจากชั้นล่างและชั้นบนสุดก่อน และไปบรรจบที่ตรงกลางของตึก

ห้ามทำ! เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ อ่านต่อ

5 กลุ่มเครื่องมือช่างพื้นฐาน ติดบ้านไว้อุ่นใจทุกงานซ่อม

ใครที่เปิดบทความนี้คงต้องเป็นผู้ประสบปัญหาเหมือนกันแน่นอน ซึ่งปัญหาที่ว่ามาคือ ไม่รู้จะเลือกเครื่องมือช่างพื้นฐานอะไรบ้างที่ควรมีติดบ้านเอาไว้ใช้งาน เผื่ออนาคตอันใกล้จำเป็นจะต้องซ่อมแซม อุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องโทรเรียกช่างให้เสียเวลาและเสียเงิน

แต่ปัจจุบันนี้เครื่องมือช่างก็มีผลิตออกมามากมายหลายชนิด แต่ละชิ้นก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับงานที่แตกต่างกัน แถมมีหลากหลายเกรดอีกต่างหาก ใครที่ไม่ได้อยู่ในวงการงานช่างก็คงจะเกิดความสับสน ยิ่งหาข้อมูลก็ยิ่งเยอะ ยิ่งเยอะก็ยิ่งเลือกยาก จบด้วยการเรียกช่างมาซ่อมเหมือนเดิม วันนี้คุณมาถูกทางละ…ออฟฟิศเมทได้รวบรวมเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ควรมีติดบ้านมาไว้ให้ เพื่อแก้ปัญหานี้กันค่ะ

เครื่องมือช่างพื้นฐาน กลุ่ม ไขควง

ไขควง

ไขควง เป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานชนิดหนึ่งที่ใกล้ชิดเรามาก เพราะไขควงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการขันและคลายสกรูหรือน็อตที่ติดมากับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะตามตู้ โต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้แต่อุปกรณ์ติดตัวอย่างโทรศัพท์ ก็มีสกรูติดอยู่ ดังนั้นไขควงจึงถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ควรมีติดบ้านไว้

เวลาจะใช้งาน โดยปกติไขควงก็มีให้เลือกหลายขนาด แต่หลักการง่ายๆ ในการเลือกใช้ไขควง คือการเลือกปากไขควงให้เหมาะกับหัวสกรูที่เราจะขันหรือคลายนั่นเอง เพราะปัญหาที่พบบ่อยๆ คือการใช้ไขควงที่ไม่เหมาะกับหัวสกรู หรือเรียกง่ายๆ คือ มีไขควงอยู่อันเดียว ไขสกรูทุกแบบไปเลย ทำให้หัวสกรูพัง ไขไม่ออก เสียของ เสียเวลาอีกด้วยนะคะ ทั้งนี้การเลือกซื้อไขควงเป็นเซ็ท หรือ ชุดไขควงแบบเปลี่ยนหัวได้ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับมีไว้ที่บ้านนะคะ

ไขควงลองไฟ

งานที่ต้องใช้เครื่องมือช่างมีทั้งงานโลหะ งานไม้ และอื่นๆ อีกหลายชนิดแต่งานที่เราควรให้ความสำคัญในการเลือกเครื่องมือช่างเป็นพิเศษคือ งานไฟฟ้า เพราะเราไม่สามารถมองเห็นกระแสไฟฟ้าได้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายกับเราได้ ไขควงลองไฟ หรือไขควงเช็คไฟ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ควรมีติดบ้านไว้

ไขควงลองไฟ เป็นเครื่องมือช่างที่ใช้ในการทดสอบว่าวัสดุอุปกรณ์ชิ้นนั้น มีกระแสไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้าอยู่หรือไม่ ลักษณะทั่วไปมีหน้าตาเหมือนไขควงปกติ มีขนาดเล็ก ด้ามทำจากพลาสติกหรือแก้ว ด้านในมีหลอดไฟนีออนเพื่อแสดงเมื่อมีไฟไหลครบวงจร ปากเป็นโลหะแบน และมีปุ่มโลหะตรงปลายหรือมีคลิปหนีบปากกา

เมื่อใช้งานให้เอาปากไขควงแตะที่วัสดุที่ต้องการตรวจเช็คกระแสไฟ ก่อนเอานิ้วสัมผัสที่ปลายโลหะหรือคลิปหนีบที่อยู่อีกด้านของไขควง ไม่สวมรองเท้าและไม่ยืนอยู่บนพื้นที่เป็นฉนวนเพราะจะทำให้ไฟไม่ครบวงจร หลอดไฟนีออนด้านในไม่ติด ทำให้อ่านค่าไม่ได้ อีกประเด็นสำคัญในการเลือกซื้อหรือเลือกใช้ไขควงลองไฟ ควรดูที่ปริมาณกระแสไฟและชนิดกระแสไฟให้สอดคล้องกับกระแสไฟที่จะตรวจสอบทุกครั้งนะคะ

เครื่องมือช่างพื้นฐาน กลุ่ม สว่าน

สว่านเป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานใช้ในงานขุดเจาะ เซาะรูร่อง หรือขันสกรูต่างๆ โดยใช้หลักการหมุน และกดแรงลงไปบนวัสดุ ควรมีติดบ้านไว้สำหรับใครที่ต้องการเจาะ หรือประกอบตู้ ชั้น โต๊ะ หรือแม้แต่เจาะรูแขวนกรอบรูปเพื่อตบแต่งบ้านก็ได้ สว่านจะมาคู่กับดอกสว่านขนาดต่างๆ เพื่อให้เราเลือกใช้กับงาน หรือขนาดของรูที่ต้องการ และมีเดือยที่มีน่าที่ในการจับยึดดอกสว่านให้ติดกับตัวสว่าน ออฟฟิศเมทขอแนะนำสว่านพื้นฐาน 2 ชนิดที่เจ้าของบ้านควรมีติดไว้ เป็นสว่านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในการทำงาน ช่วยทุ่นแรงและทำให้งานเสร็จไวขึ้น

สว่านไฟฟ้า

สว่านไฟฟ้า (แบบธรรมดา) เป็นสว่านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำงานตามชื่อของมันนั่นเอง ใช้งานง่าย ราคาไม่สูงมาก เหมาะกับงานเจาะไม้ โลหะไม่หนามาก หรือพลาสติก และใช้ขันสกรู แต่ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้สว่านไฟฟ้าขันสกรูคือ สกรูอาจลึกเกินไปและกินเนื้อชิ้นงาน เพราะกำหนดแรงได้ยาก ทั้งนี้เนื่องจากกำลังวัตต์ไม่สูงมาก ไม่ควรนำไปใช้ในงานเจาะปูน อิฐ หรือหิน

สว่านไร้สาย

สว่านไร้สายถือเป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานอีกอย่างที่ควรมีติดบ้าน เป็นสว่านแบบใช้พลังงานแบตเตอรี่ในการทำงานของเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานนอกสถานที่หรือใช้งานในจุดที่ไม่มีไฟฟ้า แถมสะดวกสบายกว่าสว่านไฟฟ้าเพราะไม่มีสายไฟมาเกะกะ แต่ข้อเสียคือต้องคอยชาร์จแบตอยู่เรื่อยๆ และเนื่องจากใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทำให้กำลังวัตต์น้อย จึงเหมาะกับการใช้งานเจาะวัสดุไม่แข็งจนเกินไป เช่น ไม้ เหล็ก พลาสติก แต่จุดเด่นคือหลายๆ รุ่นมีระบบกำหนดความเร็วหรือแรงบิดได้ ทำให้เหมาะกับการใช้งานขันสกรู นอตมากกว่าสว่านไฟฟ้า

เครื่องมือช่างพื้นฐาน กลุ่ม คีม

คีมเป็นเครื่องมืองานช่างพื้นฐานที่ทำหน้าที่ในการจับยึด ตัด ดัด โค้ง งอ ชิ้นงาน โดยส่วนใหญ่ทำมาจากเหล็ก มีลักษณะเป็นขา 2 ข้างคล้ายกรรไกร การเลือกใช้งานคีมก็ควรเลือกให้เหมาะกับงานเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีคีมหลายชนิดที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น ทั้งใช้จับและตัดในคีมตัวเดียวกัน หรือคีมบางชนิดใช้จับยึด แต่สามารถปรับเลื่อนขนาดของปากคีมให้เหมาะกับงานได้ ออฟฟิศเมทเลือกคีมที่ควรมีติดบ้านมาให้ 3 ตัวด้วยกัน

คีมตัดปากเฉียง

เป็นคีมที่มีคมตัด เหมาะสำหรับการตัดลวดและสายไฟ ดังนั้นปากคีมจึงมีความแข็งแรงพิเศษผลิตโดยใช้เทคนิคชุบแข็ง หรือการทำให้แข็งด้วยความร้อน ดังนั้นไม่ควรใช้งานกับชิ้นงานที่มีความร้อนเพราะจะทำให้ปากคีมเสียทรง

คีมปากแหลม

คีมชนิดนี้มีหน้าที่ในการใช้จับ ยึดชิ้นงานเล็กๆ ที่ไม่ถนัดในการจับด้วยมือเปล่า บริเวณปากคีมมีฟันเรียงเพื่อเพิ่มความต้านทานในขณะจับชิ้นงานให้แน่นขึ้น

คีมปากขยาย

เป็นคีมที่เหมาะกับการใช้งานจับยึดวัตถุให้แน่นขึ้น หรืองานชิ้นใหญ่ที่ไม่ต้องการความประณีตมากนัก ปากทั้ง 2 ข้างจะโค้งเว้าและมีร่องฟัน ทำให้จับงานได้ถนัด จุดเด่นคือสามารถปรับขยายหรือลดขนาดปากคีมได้เนื่องจากมีเกลียวปรับระดับ

เครื่องมือช่างพื้นฐาน กลุ่ม ประแจ

ประแจเป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ใช้ในการจับโบลท์หรือนอตที่มีหัวเป็นเหลี่ยม ไม่ว่าจะขันหรือคลายออกก็ตาม ทำมาจากเหล็กแข็งและทนทาน เพราะลักษณะการใช้งานจะต้องมีแรงดึงและดันเยอะ ความกว้างของปากประแจมีขนาดตามหัวน็อตหรือโบลท์ เช่นเดียวกับขนาดไขควงที่ต้องเลือกให้ตรงกับขนาดของนอตนั่นเอง สำหรับซื้อประแจไว้ติดบ้าน ออฟฟิศเมทแนะนำ 2 แบบนี้ค่ะ

ประแจปากแหวนด้านปากตายด้าน

ประแจปากแหวนด้านปากตายด้าน เป็นการรวมตัวกันของประแจ 2 ชนิดนั้นก็คือ ประแจปากตาย และประแจปากแหวน เพราะประแจทั้ง 2 ชนิดเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน โดยประแจปากแหวน เหมาะกับงานขันหรือคลายนอตหรือโบลท์ที่ต้องใช้แรงจับยึดเยอะ แต่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจึงจะจับชิ้นงานได้ดี ส่วนประแจปากตาย เหมาะกับการขันหรือคลายนอตที่ไม่ต้องใช้แรงมากนัก และไม่จำเป็นต้องกำหนดตำแหน่งให้พอเหมาะมากเหมือนประแจปากแหวน ดังนั้นการซื้อเครื่องมือช่างพื้นฐานอย่างประแจปากแหวนด้านปากตายด้านจึงเหมาะและคุ้มค่ากับการใช้งานเองที่บ้าน

ประแจเลื่อน

ประแจเลื่อน เป็นประแจอีกชนิดที่เหมาะแก่การมีไว้ในเครื่องมือช่างพื้นฐานในบ้าน เพราะปากของประแจชนิดนี้สามารถปรับขนาดความกว้างได้ ทำให้สามารถใช้ขัน-คลายนอตได้หลายไซส์ โดยมีปากชิ้นหนึ่งตายตัว อีกชิ้นปรับเลื่อนได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังขณะใช้งาน คือต้องคอยเช็คเสมอให้ปากล็อกกับหัวน็อตหรือโบลท์อย่างพอดี ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ประแจหลุดจากนอตและเกิดความเสียหาย รวมถึงเกิดอันตรายกับผู้ใช้ได้

เครื่องมือช่างพื้นฐานอื่นๆ

ค้อนหงอน

ค้อนหงอนเป็นเครื่องมือช่างชนิดค้อนพื้นฐานที่หลายๆ คนเคยเห็นกันมาบ้าง ส่วนใหญ่ใช้กับงานไม้ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนหัวค้อน และส่วนด้ามค้อน ซึ่งส่วนหัวค้อนนั้นจะมีส่วนที่เป็นหน้าค้อน ใช้ในการตอกตะปู อีกด้านจะเป็นหงอนทำหน้าที่ในการงัด ดึงตะปู เครื่องมือช่างชนิดนี้แนะนำให้เลือกที่ซื้อแบบคุณภาพดี เนื่องจากปัญหาที่พบบ่อยจากการซื้อค้อนหงอนคุณภาพต่ำคือ หน้าค้อนบิ่น บุบเมื่อใช้งาน อาจทำให้เสียเวลา และเกิดความเสียหายต่อชิ้นงาน รวมถึงเศษค้อนที่บิ่นอาจทำให้ผู้ใช้เกิดอันตรายอีกด้วย

ตลับเมตร

เป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีติดบ้านอย่างแน่นอน เพราะเราสามารถใช้งานได้กับงานเกือบทุกรูปแบบ ตลับเมตรเป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัด สามารถใช้ได้ทั้งวัดตัวชิ้นงานหรือวัดขนาดของพื้นที่ตามความต้องการ ควรเลือกแบบที่ดูทนทาน จับแล้วถนัดมือผู้ใช้ มีสายคล้องมือ หรือบางตัวอาจมีคลิปเพื่อใช้หนีบส่วนต่างๆ เช่น เข็มขัด สายวัดด้านในต้องชัดเจน อ่านค่าง่าย

เลื่อยตัดเหล็ก

เลื่อยตัดเหล็กใช้ในการตัดวัสดุต่างๆ ที่เราอาจต้องซ่อมแซมภายในบ้าน เช่น ท่อ PVC ท่ออลูมิเนียม แผ่นพลาสติก นอต สกรู คันเลื่อยโค้ง สามารถเปลี่ยนใบเลื่อยได้ ไม่แนะนำให้ใช้เลื่อยไม้ เพราะจะเลื่อยได้ช้าเนื่องจากฟันของใบเลื่อยละเอียดกว่าเลื่อยที่ใช้ในงานไม้

มีดคัตเตอร์

ถือเป็นอีกเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ใช้งานได้บ่อย ทั้งตัด เซาะได้ เช่น ตัดเทป ปอกสายไฟ แนะนำให้แยกจากมีดคัตเตอร์ที่ใช้กับกระดาษภายในบ้าน  เพื่อง่ายต่อการหยิบใช้งาน และปลอดภัย

เทปพันสายไฟ

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการพันสายไฟในกรณีฉนวนที่ห่อหุ้มสายไฟชำรุด ทำจากพลาสติกที่ทนต่อการความร้อน ยืดหยุ่นได้ เมื่อใช้งานควรดึงเทปให้ยืดก่อนพันลงบนสายไฟ เพื่อลดการเกิดฟองอากาศ พันรอบจุดที่ต้องการประมาณ 2-3 รอบ

ถุงมือผ้า

ถุงมือผ้าอาจไม่ได้เป็นเครื่องมือช่างซะทีเดียว แต่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้สำหรับป้องกันมือของผู้ใช้งาน เนื่องจากงานช่างส่วนใหญ่ต้องจับหรือสัมผัสกับวัสดุที่แหลม มีคม ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียนิ้วมือได้ ควรเลือกถุงมือผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี แต่ถุงมือผ้าไม่สามารถป้องกันความร้อนได้ และยังเป็นวัสดุติดไฟอีกด้วย

หน้ากาก

เช่นเดียวกันกับถุงมือผ้า หน้ากากไม่ใช่เครื่องมือช่างพื้นฐาน แต่เป็นอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งในขณะทำงานช่าง แนะนำให้ใช้หน้ากากกรองอนุภาคและมีวาล์วระบายอากาศ เนื่องจากการทำงานช่างซ่อมแซมต่างๆ มักมีฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย รวมไปถึงฝุ่นละอองที่มีอนุภาคเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็น

ทีนี้ก็ได้คำตอบกันไปแล้วนะคะ ว่าเครื่องมือช่างพื้นฐานอะไรบ้างที่จำเป็นต้องซื้อติดบ้านไว้ นอกเหนือจากงานซ่อมแซมที่จะมีแล้ว วันไหนอยากดัดแปลงต่อเติมเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำได้เองไม่ต้องเรียกช่าง เช่นการต่อราวผ้าม่าน ประหยัดเวลาและประหยัดเงินได้จริงๆ ค่ะ แต่ถ้าใครนั่งอ่านบทความนี้และไม่รู้จะไปซื้อเครื่องมือช่างที่ไหนดี สามารถเข้ามาช็อปได้ที่เว็บไซต์ OfficeMate สะดวกสบายกว่าด้วยบริการจัดส่งฟรี*ถึงบ้านกันเลย อ่านต่อ

“ไฟไหม้” ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป ถ้ารู้จักวิธีใช้ถังดับเพลิง!

ขึ้นชื่อว่าไฟยังไงก็ไม่ควรให้เกิด เพราะไฟนำมาซึ่งความเสียหายนั่นเอง ทั้งไฟไหม้หรือแม้แต่ไฟสุมทรวง อันนี้ล้อเล่นนะคะ แต่จริงๆ แล้วการเกิดไฟไหม้ไม่เป็นอันตรายเสมอไป ยกเว้นเมื่อเกิดไฟไหม้ และไม่สามารถควบคุมดูแลเพลิงได้ จนเกิดการลุกลามไปในบริเวณอื่นๆ นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “อัคคีภัย”

อัคคีภัยเกิดจากหลากหลายสาเหตุ ทั้งสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ และสาเหตุที่ไม่สามารถป้องกันได้ เช่น ไฟฟ้าสถิต ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า การเกิดเพลิงไหม้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ นอกจากการป้องกันแล้ว การเตรียมตัวรับมือจึงจำเป็นสำหรับภัยในทุกๆ รูปแบบนะคะ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ในการดับไฟ หรือควบคุมการลุกลามของเพลิงไหม้ ปกติเราจะเห็นอุปกรณ์ชิ้นนี้ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ อย่างเช่น สนามบิน ตึก อาคาร หรือแม้แต่บนรถโดยสารสาธารณะบางคัน อุปกรณ์ชิ้นนี้ คือ ถังดับเพลิง นั่นเอง

รู้เรื่องไฟก่อนเข้าใจถังดับเพลิง

ก่อนที่เราจะพูดถึงถังดับเพลิง คงต้องอธิบายให้ทราบถึงประเภทต่างๆ ของไฟกันเป็นอันดับแรก เนื่องจากไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่ต่างกัน มีวิธีการและสารที่ใช้ดับเพลิงแตกต่างกันออกไป การเลือกใช้ถังดับเพลิงจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นั่นเอง ซึ่งชนิดของไฟมีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

ไฟประเภท A

ไฟประเภท A เกิดจากการลุกไหม้ของวัสดุที่สามารถเป็นเชื้อเพลิงได้ทั่วๆไป เช่น กระดาษ ไม้ ผ้า ขยะแห้ง พลาสติกบางชนิด ฟาง ปอ ด้าย นุ่น เป็นต้น การดับไฟประเภทนี้สามารถทำได้ด้วยการ ลดอุณหภูมิ และใช้น้ำในการดับได้

ไฟประเภท

ไฟประเภท B คือไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของของเหลว และก๊าซ เช่น น้ำมัน ยางมะตอย ของเหลวไวไฟ แอลกอฮอล์ ทินเนอร์ เนื่องจากเชื้อเพลิงของไฟประเภทนี้เป็นของเหลวและไหลไปในวงกว้างได้ ทำให้เกิดไฟลุกลามได้ง่าย สามารถดับไฟประเภท B ได้ด้วยการจำกัดออกซิเจน โดยใช้ผงเคมีแห้ง หรือโฟม

ไฟประเภท C

ไฟประเภท C เป็นไฟประเภทเดียวที่ไม่ได้จำแนกด้วยชนิดของเชื้อเพลิง แต่แบ่งออกมาเนื่องจากเป็นการเกิดเพลิงไหม้ที่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นการเกิดเพลิงไหม้จากอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด วิธีการรับมือกับเพลิงไหม้ประเภทนี้คือ ตัดวงจรไฟฟ้า และใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มีสาร CFC

ไฟประเภท D

ไฟประเภท D คือการเกิดเพลิงไหม้จากสสารที่เป็นโลหะ เช่น อลูมิเนียม แม็กนีเซียม โซเดียม ซึ่งเป็นการเผาไหม้ที่มีอุณหภูมิสูง การดับไฟชนิดนี้ห้ามใช้น้ำโดยเด็ดขาด ควรใช้สารดับไฟที่เหมาะสม โดยทั่วไปใช้ผงเคมี อย่างผงโซเดียมคลอไรด์ หรือ ผงแกรไฟต์

ไฟประเภท K

ไฟประเภท K คือไฟที่เกิดจากน้ำมันชนิดติดไฟยาก เช่น น้ำมันทำอาหาร ไขมันสัตว์ มักเกิดบริเวณครัวหรืออุตสาหกรรมอาหาร การดับไฟทำได้โดยการจำกัดออกซิเจน การทำให้อับอากาศ ซึ่งจะมีถังดับเพลิงชนิดพิเศษสำหรับดับไฟประเภทนี้โดยเฉพาะ

ประเภทของถังดับเพลิง

หลังจากที่เรารู้ไปแล้วว่าอัคคีภัยที่เกิดขึ้น สามารถเกิดจากเชื้อเพลิงที่ต่างกัน ทำให้วิธีและสิ่งที่นำมาดับไฟก็ต่างกันออกไป ดังนั้นถังดับเพลิงจึงมีการผลิตออกมาเพื่อปรับใช้กับไฟแต่ละประเภท ชนิดของถังดับเพลิงโดยส่วนมากสามารถแบ่งได้เป็น 5 ชนิด

ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง

เป็นถังดับเพลิงสีแดง สามารถใช้ดับไฟประเภท A B C ได้ เป็นถังดับเพลิงที่มีราคาไม่สูงมาก และไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เมื่อใช้งานน้ำยาที่ฉีดออกมาจะเป็นลักษณะฝุ่นละออง ข้อเสียของถังดับเพลิงชนิดนี้ คือทำให้สกปรกหลังการใช้งาน และใช้งานได้เพียงครั้งเดียว เนื่องจากแรงดันตก จำเป็นต้องนำไปเพิ่มแรงดันเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

ถังดับเพลิงชนิดบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อ่านต่อ

อันตรายจากเสียงดัง มลพิษทางเสียงที่ไม่ควรมองข้าม!!!

เสียงดัง ถือเป็นอันตรายใกล้ตัวที่หลายๆ คนมักจะมองข้ามไป โดยเฉพาะคนที่ทำงานโรงงาน หรือทำงานอุตสาหกรรมที่ต้องได้ยินเสียงเครื่องจักรอยู่ตลอดเวลา มักจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องสนใจก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มลพิษทางเสียงนับเป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก ไม่แพ้การระวังในเรื่องของการมองเห็น เพราะหูนั้นมีความสำคัญพอๆ กับดวงตา เนื่องจากเราต้องใช้หูในการรับฟังเสียงเพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ หากเกิดเราอยู่ในที่ๆมีมลพิษทางเสียงเป็นเวลานานจนทำให้เกิดปัญหากับการได้ยิน จะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของเราลดลงเป็นอย่างมาก

มลพิษทางเสียง ส่งผลร้ายถึงขั้นพิการ ไม่มีทางรักษาให้หายได้

มลพิษทางเสียง คือ การที่เราได้ยินเสียงที่ดังเกินไป และระดับความดังมากกว่าที่หูของเราจะรับไหว เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อประสาทหูนั่นเอง ซึ่งปกติแล้วมลพิษทางเสียงนั้นจะเกิดกับคนที่ทำงานอยู่ในโรงงาน หรือใกล้เครื่องจักรอุตสาหกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะต้องทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังมาก อย่างเช่น โรงงานทอผ้า โรงงานปั๊มโลหะ หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านจราจรคับคั่ง โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้สนามบินมากๆ

ความดังของเสียงที่ดังและนานเกินไป จะเข้าไปทำให้อวัยวะรับเสียง โดยเฉพาะเซลล์ขนและประสาทรับเสียงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้เราไม่สามารถได้ยินเสียงทั่วไปในสภาวะระดับปกติ หรือที่เรียกกันว่า ‘หูตึง’ นั่นเอง

อีกทั้งถ้าเรายังคงฝืนตัวเองอยู่ในที่ที่มีมลพิษทางเสียง หรือในที่ทำงานเสียงดังอยู่ โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ก็จะทำให้เกิดปัญหา หูหนวกตามมาได้เลย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก จะทำให้เราไม่สามารถได้ยินและติดต่อพูดคุยกับคนอื่นๆ ได้ตามปกติ ทำให้ดำรงชีวิตได้อย่างยากลำบากมากขึ้น กลายเป็นคนพิการที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้…

มลพิษทางเสียง หรือการอยู่ในที่เสียงดัง ส่งผลร้ายต่อร่างกายในส่วนอื่นๆ

นอกจากมลพิษทางเสียงจะทำให้การใช้ชีวิตของเราผิดแปลกไป ทำให้เรากลายเป็นคนพิการ และใช้ชีวิตอย่างไม่มีประสิทธิภาพแล้ว มันยังทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายของเราผิดแปลกไปอีกด้วย เช่น เกิดแผลในกระเพาะอาหาร เนื่องจากเสียงดังจะเข้าไปทำให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาความดันโลหิตสูง ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ไม่มีสมาธิในการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่สาเหตุของการเกิดปัญหาความเครียด และกลายเป็นโรคจิต โรคประสาทได้ในที่สุด

ต้องเสียงดังแค่ไหน ถึงจะกลายเป็นมลพิษทางเสียง และทำให้เกิดอันตรายได้? อ่านต่อ

ถุงมือ 7 ชนิดที่คุณต้องทำความรู้จักให้ดีก่อนเลือกใช้งาน

ถ้าจะพูดถึงเรื่องถุงมือ ถุงมือที่เราคุ้นเคยกันดีก็คงจะเป็นถุงมือที่ใช้ในทางการแพทย์และถุงมือที่ใช้สำหรับทำความสะอาดใช่ไหมล่ะคะ  แต่รู้ไหมคะว่าเรายังมีถุงมืออีกหลายชนิด  ซึ่งถุงมือแต่ละชนิดนั้นก็ใช้กับงานที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

ถุงมือเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆที่เกิดจากการทำงานได้ เช่น อันตรายจากการสัมผัสสารเคมี, อันตรายจากการถูกของมีคม บาด ตัด หรือขูดขีดผิวหนัง, อันตรายจากการจับของร้อน เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมั่นใจก่อนว่าถุงมือที่เราเลือกใช้นั้นเหมาะสมกับงานจริงๆ เพราะหากเกิดอันตรายจากการเลือกใช้ถุงมือที่ไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เราต้องสูญเสียมือจนกลายเป็นคนพิการได้ จากสถิติของสำนักงานประกันสังคม พบว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานมีจำนวนสูงถึง 43,000 ราย และ 2,500 รายเป็นผู้ที่สูญเสียมือกลายเป็นผู้พิการที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เห็นไหมล่ะคะว่ามือเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญที่เราต้องดูแลเป็นอย่างดี  เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักถุงมือแต่ละแบบพร้อมกับคุณสมบัติในการป้องกันกันดีกว่าค่ะ

  1. ถุงมือใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Gloves)

เป็นถุงมือที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  นิยมใช้ในห้องแล็บ หรือ ทางการแพทย์ ถุงมือชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้สวมใส่และวัตถุที่ถูกจับต้อง ใช้เมื่อต้องใช้ประสาทสัมผัสรับรู้ทางนิ้ว และต้องการความคล่องตัวในเวลาเดียวกัน  เพราะถุงมือชนิดนี้จะมีลักษณะบาง ประมาณ 4-8 มิลลิเมตรเท่านั้น ถุงมือมีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ช่วยลดแรงตึงและความเมื่อยล้าของผู้สวมใส่ ทำให้ความทนทานของถุงมือชนิดนี้มีไม่มากนัก โดยถุงมือชนิดนี้ส่วนใหญ่ผลิตจากยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์ เช่น Vinyl, Polyethylene เป็นต้น  สำหรับการนำถุงมือใช้ครั้งเดียวทิ้งไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารจะต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอาหารและยาก่อนเท่านั้น

  1. ถุงมือนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable Gloves)

ถุงมือนำกลับมาใช้ใหม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและความทนทานสูงกว่าถุงมือใช้ครั้งเดียวทิ้ง  เนื่องจากความหนาของถุงมือมีมากกว่า ความหนาของถุงมือชนิดนี้อยู่ที่ประมาณ 18-28 มิลลิเมตร ทำให้ผู้สวมใส่มีความคล่องตัวน้อยกว่าถุงมือแบบใช้ครั้งเดียว วัสดุที่ใช้ในการผลิตถุงมือนำกลับมาใช้ใหม่ได้แก่ ไนไตร นีโอพีน ยางธรรมชาติ และ พีวีซี นิยมใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี

ถุงมือหนัง (Leather Gloves) อ่านต่อ