7 เทคนิคเลือกซื้อคอนโดให้โดนใจ ปล่อยเช่าก็ง่าย ขายต่อก็กำไร!

สำหรับวัยเริ่มต้นทำงานการจะซื้อบ้านซักหลังไว้อยู่อาศัยก็ดูจะใหญ่เกินตัว จึงทำให้ชาวออฟฟิศส่วนใหญ่เลือกที่จะลงทุนกับการซื้อคอนโดซักห้องไว้เป็นที่พักอาศัย ด้วยราคาไม่สูงมาก อายุการทำงานไม่กี่ปีก็ยื่นกู้เพื่อขอซื้อคอนโดได้ และหากวันหนึ่งมีโอกาสขยับขยายย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ก็ยังสามารถปล่อยเช่า หรือขายต่อได้แบบสบายๆ แถมยังอาจได้กำไรติดปลายนวมมาอีกต่างหาก แต่การจะเลือกซื้อคอนโดให้คุ้มค่าโดนใจนั้นก็โไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หลายคนลงทุนซื้อไว้หวังเป็นเสือนอนกินเพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อ แต่สุดท้ายต้องยอมขายทิ้งขาดทุนไปก็มีไม่น้อย ดังนั้น เรามาดู 5 เทคนิคในการเลือกซื้อคอนโดอย่างไรให้อยู่ก็แสนสบาย ถึงตอนขายหรือปล่อยเช่าก็ง่ายได้กำไรกันดีกว่า

เลือกซื้อคอนโดที่ทำเลดี…มีชัยไปกว่าครึ่ง

เพราะสาเหตุสำคัญที่คนส่วนมากเลือกซื้อคอนโดคือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง ดังนั้นหากอยากให้คอนโดที่ตั้งใจซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อเก็งกำไร จึงควรเลือกซื้อคอนโดที่อยู่ในโซนที่มีแนวโน้มว่าจะมีอัตราการเติบโตสูง เช่น ใกล้รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ติดถนนใหญ่ ไม่ไกลจากทางด่วน เพราะทำเลเหล่านี้ล้วนแต่มีคนต้องการ ทำให้ตอนอยู่อาศัยเองก็สะดวกสบาย และคุณสามารถปล่อยเช่าได้ง่ายหรือหากจะขายก็จะได้กำไรหรือผลตอบแทนสูง

ราคาตามงบที่ตั้งไว้ ผ่อนได้ไม่ลำบาก

เพราะราคาของคอนโดนั้นมีตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายสิบล้าน ดังนั้นการจะเลือกซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนนั้นควรตั้งงบประมาณในใจคร่าวๆ โดยใช้ฐานเงินเดือนเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาด้วย เพราะถ้าเราซื้อคอนโดเกินตัวหรือคอนโดที่ราคาสูงเกินกว่าที่จะผ่อนไหว ถึงแม้ว่าเราจะกู้ได้ แต่อาจจะเกิดปัญหาเรื่องการหมุนเงินไม่ทันตามมา เพราะเราจะมีภาระต้องผ่อนธนาคารทุกเดือน ซึ่งโดยส่วนมากธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้คร่าวๆ โดยวงเงินที่เราผ่อนไหวควรจะต้องเป็น 1 ใน 3 เท่าของรายได้ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เราสามารถผ่อนได้โดยไม่เดือนร้อนหรือกระทบกับชีวิตประจำวัน และยอดผ่อนที่คิดในการผ่อนคอนโดคือ ประมาณล้านละ 7,000 บาท ยกตัวอย่างรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน

วิธีการ 30,000×0.33=9,900 นำ 9,900/7,000=1.41 ดังนั้นยอดที่เราสามารถกู้ได้สูงสุด 1.41 ล้านบาท

แบรนด์ดังและมีความน่าเชื่อถือ

เจ้าของโครงการหรือแบรนด์คอนโดมีผลต่อการตัดสินใจซื้อหรือเช่าเป็นอย่างมาก เพราะคอนโดที่เป็นแบรนด์ดัง ก็จะมีความน่าเชื่อถือสูง เพราะจะการันตีถึงความมีมาตรฐานในการก่อสร้าง และการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ มีปัญหาอะไรแล้วสามารถติดต่อได้สะดวก ไม่หนี ไม่ทิ้งความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ซื้อคอนโดเพื่อลงทุน การเลือกซื้อคอนโดของแบรนด์ที่มีชื่อเสียง การปล่อยเช่าหรือขายต่อเพื่อเกร็งกำไรก็จะทำได้ง่ายขึ้นเพราะมีชื่อเสียงของแบรนด์เป็นตัวช่วยการันตีอีกขั้นหนึ่งนั่นเองค่ะ

เลือกห้องหันหน้าทิศใต้เย็นสบายขายต่อง่ายกว่า

ในเมืองไทยนั้นบ้านหรือคอนโดที่หันหน้าไปทางทิศใต้จะขายดีที่สุด นั่นก็เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน แต่จะมีช่วงที่ลมพัดเข้ามาทางทิศใต้นานถึง 8-9 เดือน ดังนั้นคอนโดที่หันหน้าไปทางทิศใต้จึงจะเย็นสบายและมีการระบายอากาศที่ดีกว่าคอนโดที่หันหน้าไปทางทิศอื่น เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นอับชื้นในห้อง ไม่ต้องเปลืองค่าไฟเปิดแอร์ทั้งวันเพราะอากาศร้อน ดังนั้นหากคุณเลือกซื้อคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยหรือแม้เพื่อการลงทุน จำไว้เลยว่าคอนโดที่หันหน้าไปทางทิศใต้จะอยู่สบาย ขายต่อปล่อยเช่าก็ง่ายและได้ราคาดี

ห่างลิฟท์แต่ไม่ไกลเกินไป

นอกจากการเลือกทิศแล้ว การเลือกซื้อคอนโดควรเลือกตำแหน่งของห้องจาก Floor Plan ให้อยู่ห่างลิฟท์ สังเกตุได้ว่าห้องที่ใกล้ลิฟท์จะมีราคาถูกสุดในชั้น เพราะอาจมีเสียงรบกวนที่มากกว่าห้องอื่นๆ แถมบางที่ อาจจะอยู่ใกล้จุดทิ้งขยะอีกด้วย จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่นิยมเลือกห้องในตำแหน่งดังกล่าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ควรเลือกห้องที่ไกลลิฟท์มากเกินไป ต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้ลิฟท์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรถ้าจะเลือกซื้อคอนโด ก็เลือกห้องที่ห่างจากลิฟท์ซัก 4-5 ห้องก็ดีนะคะ

ยิ่งสูง…(ราคา)ยิ่งหนาว

ทิศไปแล้ว ตำแหน่งไปแล้ว อีกสิ่งที่ควรนำมาคิดหากจะเลือกซื้อคอนโดซักห้อง คือความสูงของชั้น ตามชื่อหัวข้อคือยิ่งสูงยิ่งราคาแพง เพราะสิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือวิว ยิ่งชั้นสูง วิวยิ่งสวย มองได้ไกล แถมฝุ่นน้อยกว่า มลพิษน้อยกว่า เสียงรบกวนก็น้อยกว่า อีกเรื่องที่เราจะได้จากการเลือกซื้อคอนโดชั้นสูงๆ คือความเป็นไปได้ที่น้อยกว่า ที่จะเปิดกระจกมาจ๊ะเอ๋กับตึกข้างๆ นั่นเอง (ฮ่าๆๆ) สิ่งนี้ทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากกว่าจริงไหมคะ ดังนั้นก็อย่าลืมนำเรื่องนี้ไปพิจารณาดูเมื่อจะซื้อคอนโดซักห้องนะคะ รับรองตอนขายต่อ กำไรเพิ่มแน่นอน

เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องให้ปล่อยต่อได้ง่าย

การตกแต่งห้องคอนโดมีผลเป็นอย่างมากกับการปล่อยเช่าหรือขายต่อ ยิ่งในปัจจุบันคอนโดมือหนึ่งหลายที่จะมีข้อเสนอในเรื่องการตกแต่งห้องให้เลือกสองแบบ คือแบบตกแต่งห้องพร้อมอยู่ (Fully Furnished) คือทางผู้ขายมีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบแบบพร้อมอยู่ไม่ต้องไปซื้อหาเพิ่ม และแบบแต่งห้องเองตามใจ (Fully Fitted) ซึ่งทางผู้ขายจะแถมให้แค่บางส่วนเช่น เค้าท์เตอร์ครัว เป็นต้น ซึ่งหากเป็นคอนโดซึ่งซื้อไว้เพื่อการลงทุน ควรเลือกแบบแต่งห้องเอง และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ ควรเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวไม่ยึดติด ไม่ต้องเจาะผนังให้เป็นรูเสียหายและเคลื่อนย้ายได้สะดวก เพราะหากวันหนึ่งคุณต้องการปล่อยต่อให้คนเช่าหรือขาย ก็จะง่ายต่อการจัดการ อย่างเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องของแบรนด์ EZBO ที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนคอนโดแบบสุดๆ อย่าง ชั้นวางของ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้คุณสามารถถอดประกอบเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานเองได้ตามต้องการ แข็งแรงทนทานตามมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น แถมยังรองรับน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัมอีกด้วย ซึ่งคุณสามารถนำมาประกอบต่อกับลิ้นชักเพื่อกลายเป็นตู้เสื้อผ้าเก๋ๆ หรือประกอบเข้ากับชุดต่อโต๊ะทำงานเพื่อสร้างเป็นพื้นที่นั่งทำงานส่วนตัว หรือจะดัดแปลงให้กลายเป็นที่นั่งทานข้าวเล็กๆ ก็ยังได้ ที่สำคัญคือ เฟอร์นิเจอร์ของ EZBO สามารถถอดออกเพื่อขนย้ายได้อย่างสบายและมีน้ำหนักเบา จึงเหมาะมากๆ กับการตกแต่งคอนโดที่ซื้อไว้เพื่อการลงทุน

ได้รู้เทคนิคดีๆ ในการเลือกซื้อคอนโดให้โดนใจกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือเพื่อลงทุนปล่อยเช่าขายต่อเก็งกำไร อยากให้ลองนำคำแนะนำที่มีให้ไปปรับใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อคอนโดกันดู เพราะการซื้อคอนโดซักที่ถือเป็นการลงทุนแบบระยะยาว หากกู้ซื้อไปแล้วเกิดปัญหาไม่ว่าจะผ่อนไม่ไหว วัสดุที่ใช้ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานหรือแม้กระทั่งการตกแต่งห้องที่ยากต่อการปรับเปลี่ยนเมื่อต้องการขายต่อ ล้วนเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ดังนั้นใส่ใจซักนิดจะได้ไม่ต้องคิดหนักหลังจากตัดสินใจซื้อคอนโดไปแล้ว