หลายคนที่ต้อง Work from home คงมองหาอุปกรณ์จำเป็นมาช่วยเสริมให้การทำงานที่บ้านราบรื่นขึ้น วันนี้ OfficeMate มาพร้อม ลิสต์อุปกรณ์ Work from home ที่ควรมี พร้อมเทคนิคการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นให้ตอบโจทย์กับการทำงานที่บ้านมากที่สุด

ไปดูกันว่านอกจากลิสต์ของที่ต้องมีแล้ว เลือกแบบไหนจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น! ทำงานที่บ้านได้แบบราบรื่นสุดๆ

อุปกรณ์ Work from home : โน้ตบุ๊ก

อุปกรณ์ชิ้นแรกสำหรับ Work from home ที่ไม่มีไม่ได้ ก็คือ ‘โน้ตบุ๊ก’ อุปกรณ์ไอทีที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง และอื่นๆ ตามต้องการ ยิ่งในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองผันผวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การมีโน้ตบุ๊กดีๆ ซักเครื่องติดบ้านเอาไว้ จะช่วยให้คุณพร้อมทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

อุปกรณ์ Work from home

เลือกโน้ตบุ๊ก Work from home แบบไหนดี? :

  • โน้ตบุ๊กสำหรับใช้งานทั่วไป แนะนำให้เลือกโน้ตบุ๊กที่มีความจุ SSD ตั้งแต่ 128-256 GB พร้อมแรมความจุ 8 GB ก็เพียงพอสำหรับความเร็วในการเปิด-ปิดเครื่อง การอ่าน และถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ สำหรับขนาดหน้าจอของโน้ตบุ๊ก ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและไลฟ์สไตล์การทำงาน หากคุณชอบอยู่ติดบ้าน ไม่ค่อยพกโน้ตบุ๊กออกไปไหน อาจเลือกโน้ตบุ๊กหน้าจอขนาดใหญ่ จะช่วยให้มองเห็นชัด ไม่ต้องเพ่งสายตามาก แต่ถ้าชอบพกพาโน้ตบุ๊กออกไปทำงานนอกบ้าน หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ถือว่ากำลังดี ไม่ใหญ่ไป พกพาติดตัวสะดวกกว่าค่ะ
  • โน้ตบุ๊กสำหรับใช้งานเฉพาะทาง สำหรับคนทำงานกราฟิก โปรแกรมเมอร์ ตัดต่อ ทำ 3D รวมถึงงานเฉพาะทางอื่นๆ อาจต้องพิถีพิถัน เลือกโน้ตบุ๊กสเปคสูงๆ เพื่อการใช้งานที่ราบรื่น แนะนำให้เลือกโน้ตบุ๊กที่มีความจุ SSD 512 GB ขึ้นไป ขนาดหน้าจอควรเป็นขนาดใหญ่ ความคมชัดสูง ที่สำคัญ ต้องมี ‘การ์ดจอแยก’ ซึ่งเป็นการ์ดจอสำหรับประมวลผลงานกราฟิกหรือเล่นเกมโดยเฉพาะ  จะช่วยให้มองเห็นสีชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน และแสดงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงภาพเคลื่อนไหวได้ดีกว่า 

อ่านบทความเพิ่มเติม : เทคนิคอ่านสเปค เลือกซื้อโน้ตบุ๊กให้ตอบโจทย์การใช้งาน

 ช้อป โน้ตบุ๊ก สำหรับ Work from home

อุปกรณ์ Work from home : เม้าส์

เพราะการใช้ทัชแพดของโน้ตบุ๊กอาจไม่เสถียรและไม่ฟังก์ชันพอ ‘เม้าส์’ จึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ Work from home ที่ควรมี 

เลือกเม้าส์ Work from home แบบไหนดี? :

  • เลือกเม้าส์แบบไร้สาย ให้คุณเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้สะดวกทุกมุมบ้าน หรือพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ง่าย
  • เลือกเม้าส์ที่คลิกง่าย และขนาดพอดีอุ้งมือ จะช่วยให้ไม่รู้สึกเมื่อยเมื่อต้องใช้งานเป็นเวลานาน
  • เม้าส์ไร้สายสำหรับใช้งานทั่วไป ควรมีค่า DPI หรือความไวอยู่ในช่วง 800-1,600 DPI แต่ถ้าต้องการเม้าส์ไร้สายสำหรับเล่นเกม ควรเลือกเป็นเม้าส์เกมเมอร์โดยเฉพาะ จะมีค่า DPI สูงกว่า ตอบสนองได้ไว โดยที่ไม่ต้องขยับข้อมือเยอะ 
  • เม้าส์ไร้สายที่เชื่อมต่อด้วย USB ติดตั้งง่าย และส่งสัญญาณได้เสถียรกว่า แต่สำหรับใครที่มีอุปกรณ์หลากหลาย ทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็ปเล็ต ฯลฯ เลือกเม้าส์ไร้สายที่เชื่อมต่อด้วย Bluetooth จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อเม้าส์ใช้งานกับทุกๆ อุปกรณ์ได้ง่าย    

ช้อป เม้าส์ สำหรับ Work from home

อุปกรณ์ Work from home

อุปกรณ์ Work from home : คีย์บอร์ด

ถัดจากเม้าส์ ก็มาต่อกันที่อุปกรณ์เสริมอย่าง ‘คีย์บอร์ด’ แม้โน้ตบุ๊กจะมีคีย์บอร์ดในตัวอยู่แล้ว แต่การใช้คีย์บอร์ดมาตรฐานแยกออกมาจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการพิมพ์ได้มากกว่า 

เลือกคีย์บอร์ด Work from home แบบไหนดี? :

  • เลือกคีย์บอร์ดแบบไร้สาย ให้คุณเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้สะดวกทุกมุมบ้าน หรือพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ง่าย มีทั้งแบบ USB และบลูทูธ 
  • สำหรับคนทำงานเกี่ยวกับตัวเลข บัญชี ไฟแนนซ์ แนะนำให้เลือกคีย์บอร์ดไร้สายที่มาพร้อมแป้นพิมพ์ตัวเลขแยก แม้จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ไม่ต้องคอยเปลี่ยนภาษา ช่วยลดความผิดพลาดให้การทำงานด้านตัวเลขได้เป็นอย่างดี 
  • เพื่อความทนทานและใช้งานได้ยาวนาน ควรเลือกคีย์บอร์ดไร้สายที่ออกแบบมาให้กันน้ำ หรือทำความสะอาดง่าย

ช้อป คีย์บอร์ด สำหรับ Work from home

อุปกรณ์ Work from home : เครื่องปริ้น

แม้ยุคนี้จะเน้นทำงานกันแบบออนไลน์ ทุกเอกสารเก็บได้บนคลาวน์สโตร์เรจ แต่ในบางสายงาน เอกสารอาจยังจำเป็นอยู่ อุปกรณ์ที่ควรมีสำหรับ Work from home อีกหนึ่งชิ้น ก็คือ ‘เครื่องปริ้น’ 

เลือกเครื่องปริ้น  Work from home แบบไหนดี? :

  • เครื่องปริ้นสำหรับใช้งานที่บ้านควรเป็นเครื่องปริ้นที่ขนาดกะทัดรัด ตั้งบนโต๊ะได้แบบไม่เปลืองพื้นที่ 
  • แนะนำให้เลือกเครื่องปริ้นมัลติฟังก์ชัน ด้วยฟีเจอร์ครบครัน ทั้งพิมพ์ ถ่ายเอกสาร และสแกน จะช่วยให้คุณจัดการงานเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งงานต่อได้ฉับไว
  • เครื่องปริ้นที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย จะช่วยให้คุณสั่งพิมพ์งานได้จากทุกมุมบ้าน และแชร์เครื่องปริ้นให้สมาชิกครอบครัวใช้งานด้วยได้ 

อ่านบทความเพิ่มเติม : Top 5 เครื่องปริ้นควรมีติดบ้าน 2021 ฟีเจอร์ครบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ช้อป เครื่องปริ้น สำหรับ Work from home
     

อุปกรณ์ Work from home : เก้าอี้

ทำงานที่ออฟฟิศ อาจมีสวัสดิการดีๆ อย่างเก้าอี้นั่งสบาย แต่เมื่อต้อง Work from home เก้าอี้ที่บ้านอาจไม่ตอบโจทย์การนั่งทำงานเท่าไหร่นัก ใครที่ตอนนี้เปลี่ยนมาทำงานที่บ้านแบบเต็มตัว รับงานฟรีแลนซ์ หรือต้องทำงานที่บ้านหลายชั่วโมงต่อวัน ลงทุนกับเก้าอี้เอาไว้ OfficeMate รับรองว่าจะเป็นผลดีต่อสุขภาพคอ บ่า ไหล่ ในระยะยาวแน่นอน 

อุปกรณ์ Work from home

เลือกเก้าอี้ Work from home แบบไหนดี? :

เก้าอี้สำหรับนั่งทำงานที่บ้าน ควรจะนั่งสบายและนั่งได้นานไม่ต่างจากเก้าอี้ที่ออฟฟิศ OfficeMate แนะนำให้เลือกเก้าอี้ Ergonomic เก้าอี้เพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสำหรับกับการนั่งงานนานๆ เพราะจะช่วยซัพพอร์ตสรีระ และช่วยจัดท่านั่งทำงานของเราให้ถูกต้อง ด้วยองค์ประกอบที่ยืดหยุ่นสูง ทุกส่วนปรับได้ตามความเหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้งานแต่ละคน ทั้งที่รองคอ พนักพิงหลัง ที่พักแขน เบาะรองนั่ง รวมถึงระดับความสูงต่ำ ให้คุณนั่งทำงานได้สบายยิ่งขึ้น และนั่งไม่ผิดท่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ Office Syndrome

อ่านบทความเพิ่มเติม : 5 จุดสำคัญ ของเก้าอี้ Ergonomic ช่วยปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์   

ช้อป เก้าอี้ Ergonomic สำหรับ work from home 

อุปกรณ์ Work from home : เอ็กซ์เทอร์นัลฮาร์ดดิสก์

‘เอ็กซ์เทอร์นัลด์ฮาร์ดดิสก์’ อุปกรณ์เสริมสำหรับเก็บข้อมูล ช่วยคุณพกพาข้อมูลจำนวนมหาศาลทั้งภาพถ่าย งานกราฟิก วิดีโอ งานตัดต่อ และอีกมากมาย ติดตัวไปได้ทุกที่ อีกหนึ่งอุปกรณ์ Work from home ควรมี เพื่อความสะดวกสบายในยามที่คลาวน์สโตร์เรจใช้งานไม่ได้ ความจุในโน้ตบุ๊กมีไม่เพียงพอ หรือข้อมูลกินพื้นที่จนคอมพิวเตอร์โหลดช้า  

เลือกเอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสก์ Work from home แบบไหนดี? :

  • เอ็กซ์เทอร์นัลด์ฮาร์ดดิสก์มีความจุให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 1 TB, 2 TB, 4 TB และ 5 TB ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนของข้อมูลที่ต้องการเก็บ 
  • เลือกเอ็กซ์เทอร์นัลด์ฮาร์ดดิสก์ที่เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB 3.0 และ 2.0 จะสามารถใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ Mac และ Windows ทั้งยังช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว 
  • หากต้องเก็บข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลระดับท็อปซีเคร็ต แนะนำให้เลือกเอ็กซ์เทอร์นัลด์ฮาร์ดดิสก์ที่มีฟีเจอร์ ‘รหัสผ่าน’ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

อ่านบทความเพิ่มเติม : 4 เหตุผล ที่คุณควรใช้ External Harddisk แม้จะอยู่ในยุคที่มี Cloud Storage

ช้อป เอ็กซ์เทอร์นัลด์ฮาร์ดดิสก์ สำหรับ Work from home
  

อุปกรณ์ Work from home : กล้องเว็บแคม

‘กล้องเว็บแคม’ อุปกรณ์เสริมช่วยให้คุณประชุมงานทางไกลจากที่บ้านได้แบบไม่สะดุด เหมาะสำหรับใช้งานคู่กับคอมพิวเตอร์ PC หรือสำหรับผู้ใช้โน้ตบุ๊ก กล้องเว็บแคมที่มีคุณภาพก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การประชุมงานทางไกลของคุณได้มากกว่าการใช้กล้องเสริมของแล็ปท็อป  

เลือกกล้องเว็บแคม Work from home แบบไหนดี? :

  • เพื่อการประชุมทางไกลที่ไม่ติดขัด แนะนำให้เลือกกล้องเว็บแคมที่ความคมชัดสูง อยู่ในระดับ HD ไปจนถึง Full HD จะช่วยให้คู่สนทนาเห็นภาพได้ชัดเจน ไม่ว่าจะใบหน้า กระดาษ กระดาน หรือสิ่งของอื่นๆ ที่ต้องการ
  • เลือกกล้องเว็บแคมที่มีไมโครโฟนในตัว เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น และอาจเลือกแบบที่มีฟีเจอร์เสริมอย่าง ตัดเสียงรบกวน จะช่วยให้การส่งสารไม่ผิดพลาด และไม่มีเสียงแวดล้อมกวนใจ  
  • เลือกกล้องเว็บแคมที่เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB ให้คุณสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้ง หรือลงโปรแกรมเพิ่มให้ยุ่งยาก

ช้อป กล้องเว็บแคม สำหรับ Work from home
 

อุปกรณ์ Work from home : หูฟัง

เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การประชุมทางไกล สื่อสารกันชัดเจน ส่งต่อข้อมูลกันได้แบบไม่ผิดพลาด ‘หูฟัง’ จึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คน Work from home ควรมี  

อุปกรณ์ Work from home

เลือกหูฟัง Work from home แบบไหนดี? :

  • หูฟังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก เราแนะนำให้เลือกเป็นหูฟังไร้สาย เพื่อความคล่องตัว ไม่มีสายระโยงระยางเกะกะ จนมืออาจเผลอไปปัดสายหลุด ทำให้พลาดการประชุมทางไกล
  • หูฟังไร้สายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ Earbuds / In-Ear / Headphone ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความชอบ 
  • เลือกหูฟังไร้สายที่เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 5.0 จะช่วยให้เชื่อมต่อได้เสถียร ไม่ดีเลย์ หรือกระตุกขณะใช้งาน  

ช้อป หูฟัง สำหรับ Work from home

อุปกรณ์ Work from home : เครื่องขยายสัญญาณไวไฟ 

ความเสถียรของอินเทอร์เน็ตหรือไวไฟ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเมื่อต้องทำงานที่บ้าน เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้การทำงาน ประชุมทางไกล แชร์งานได้ไวไม่ต้องรอ คนทำงานที่บ้าน จึงควรมี ‘เครื่องขยายสัญญาณไวไฟ’ (Wifi Extender) เพื่อให้คุณสามารถทำงานที่บ้านได้จากทุกมุมบ้าน ไม่ต้องกังวลกับจุดอับสัญญาณที่ไวไฟอาจเข้าไม่ถึง  

เลือกเครื่องขยายสัญญาณไวไฟ Work from home แบบไหนดี? :

  • หากคุณชอบเปลี่ยนพื้นที่ทำงาน หรือมีสมาชิกครอบครัวหลายคน แนะนำให้เลือกเครื่องขยายสัญญาณไวไฟที่มีเสาอากาศจำนวนมาก จะช่วยกระจายสัญญาณได้เร็ว และไกลมากยิ่งขึ้น แชร์สัญญาณกันได้แบบไม่สะดุดไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้านก็ตาม
  • เครื่องขยายสัญญาณไวไฟที่มีเทคโนโลยี Beamforming จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณ เข้าถึงจุดอับของบ้าน และสามารถส่งสัญญาณทะลุทะลวงสิ่งกีดขวาง อย่างกำแพง หรือผนังได้ดีกว่า
  • เลือกเครื่องขยายสัญญาณไวไฟที่ใช้งานได้กับ 2 คลื่นความถี่ คือ 2.4 GHz และ 5 GHz เพื่อความครอบคลุมในการใช้งาน    

ช้อป เราเตอร์ และ เครื่องขยายสัญญาณไวไฟ สำหรับ Work from home
 

อุปกรณ์ Work from home : จอมอนิเตอร์

‘จอมอนิเตอร์’ อุปกรณ์ work from home ช่วยเพิ่มพื้นที่การทำงาน ใครต้องสวิตช์รับผิดชอบงานหลายอย่าง อยากเพิ่มหน้าจอเพื่อประชุมทางไกล หรือจอโน้ตบุ๊กเล็กไปไม่สะใจ จอมอนิเตอร์เสริมช่วยได้!

อุปกรณ์ Work from home

เลือกจอมอนิเตอร์ Work from home แบบไหนดี? :

  • จอมอนิเตอร์สำหรับทำงานที่บ้าน สามารถเลือกขนาดหน้าจอได้ตามใจชอบ แต่สำหรับคนทำงานด้านกราฟิก ตัดต่อ โปรแกรมเมอร์ หรืออยากได้จอมอนิเตอร์ไปเล่นเกม แนะนำให้เลือกขนาดหน้าจอ 23 นิ้วขึ้นไป บวกกับความคมชัดระดับ Full HD และเฟรมเรทที่ 144 Hz แม้ราคาจะสูงขึ้นมาหน่อยแต่รับรองว่าประสิทธิภาพความคมชัด จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน 
  • อีกหนึ่งเทคโนโลยีของจอมอนิเตอร์ที่อยากแนะนำ คือ IPS (In-Plane Switching) จะช่วยให้ภาพและสีสันบนหน้าจอมอนิเตอร์สมจริงมากขึ้น ใครทำงานกราฟิกที่ต้องเช็กสีจริงก่อนส่งพิมพ์หรือขึ้นหน้าเว็ป เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานได้แน่นอน

ช้อป จอมอนิเตอร์ สำหรับ Work from home
  

อุปกรณ์ Work from home : เครื่องสำรองไฟ

‘เครื่องสำรองไฟ’ อุปกรณ์ Work from home ช่วยกู้วิกฤตยามฉุกเฉิน เมื่อไฟเกิดกระตุก หรือดับขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เครื่องสำรองไฟจะช่วยให้คุณมีเวลากด Save งาน หรือแบ็กอัพข้อมูลได้ทันถ่วงที ทั้งยังช่วยลดความเสียหายให้คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กในกรณีเกิดไฟกระชาก  

เลือกเครื่องสำรองไฟ Work from home แบบไหนดี? :

  • เครื่องสำรองไฟ สำหรับใช้งานที่บ้าน แนะนำให้เลือกเครื่องสำรองไฟแบบ Line Interactive UPS สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด และมีอุปกรณ์ช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าให้เสถียรอยู่ตลอดเวลา ลดความเสียหายและช่วยถนอมคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กของเราได้ 
  • กำลังไฟฟ้าของเครื่องสำรองไฟที่เหมาะสำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก ควรอยู่ที่ 300-500 วัตต์ 
  • แนะนำให้เลือกเครื่องสำรองไฟที่สามารถสำรองไฟได้นาน 10-30 นาที จะช่วยให้คุณมีเวลา Save งาน และแบ็กอัพข้อมูลได้ทัน 

อ่านบทความเพิ่มเติม : มี UPS (เครื่องสำรองไฟ) ติดไว้ ไฟฟ้าขัดข้องแค่ไหนไม่มีหวั่น! 

ช้อป เครื่องสำรองไฟ สำหรับ Work from home
 

อุปกรณ์ Work from home : ปลั๊กพ่วง

อุปกรณ์ Work from home ชิ้นสุดท้าย แต่ไม่มีไม่ได้ คือ ‘ปลั๊กพ่วง’ ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณให้มากขึ้น ไม่ต้องขยับขยายหรือเคลื่อนย้ายตัวเองไปนั่งทำงานใกล้ปลั๊กไฟบ้าน สร้างความยืดหยุ่นให้พื้นที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ในกรณีที่ปลั๊กไฟบ้านมีไม่มากพอ แต่มีอุปกรณ์หลายชนิดที่ต้องการใช้ ปลั๊กพ่วงก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน 

เลือกปลั๊กพ่วง Work from home แบบไหนดี? :

  • สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อปลั๊กพ่วง คือ มองหาเครื่องหมาย มอก.
  • ปลั๊กพ่วงสำหรับทำงานที่บ้าน แนะนำให้มีความยาวสายไฟ 50 เซนติเมตรขึ้นไป จะสะดวกสบายกว่า ให้คุณสามารถนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ 
  • ปลั๊กพ่วงควรมีสวิตช์เปิด-ปิด จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่า และไม่ต้องคอยชักปลั๊กอุปกรณ์ออกทุกครั้งหลังใช้งาน
  • ปลั๊กพ่วงที่มีช่องเสียบ USB ตอบโจทย์เรื่องความสะดวก ใช้งานได้กับอุปกรณ์หลากหลายขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มอะแดปเตอร์
  • แนะนำให้เลือกปลั๊กพ่วงที่มีม่านนิรภัย โดยเฉพาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง  

อ่านบทความเพิ่มเติม : Checklist จะซื้อปลั๊กไฟทั้งที ต้องมีอะไรบ้าง? / รู้ก่อนซื้อ ‘ปลั๊กไฟ’ แบบไหนดี? / ปลั๊กพ่วงราคาถูก ความคุ้มค่าที่อาจต้องแลกมาด้วยชีวิตและทรัพย์สิน

ช้อป ปลั๊กพ่วง และปลั๊กไฟ สำหรับ Work from home

ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน อย่าปล่อยให้ความไม่พร้อมมาเป็นอุปสรรค! ช้อปอุปกรณ์ Work from home ราคาดี คุณภาพสูง กับ OfficeMate ให้คุณพร้อมทำงานที่บ้านได้อย่างเต็มที่ โปรเจคใหญ่แค่ไหนก็เอาอยู่ คลิกเลย เว็บไซต์ OfficeMate

shares