ภาพผู้คนใส่หน้ากากอนามัย กลายเป็นภาพที่เห็นกันจนชินตา เพราะนอกจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยังมีปัญหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาร่วมด้วย แม้ตอนนี้การสวมหน้ากากอนามัยจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่หลายคนยังมีคำถามคาใจ เพราะกระแสข่าวและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่ชวนให้สับสน ทั้งเรื่องวิธีการใส่ ทั้งเรื่องที่ว่าจริงๆ แล้วหน้ากากอนามัยไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ และอื่นๆ อีกมากมาย

วันนี้ออฟฟิศเมทจึงรวบรวมคำตอบ เพื่อคลายข้อสงสัยทุกอย่างเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยมาไว้ที่บทความนี้แล้ว

Q : หน้ากากอนามัย มีกี่แบบ?

A : หน้ากากอนามัย โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 4 แบบ ดังนี้

หน้ากากอนามัยผ้า

หน้ากากอนามัยผ้า บางคนเรียกว่า หน้ากากจราจร เพราะนิยมใช้กันในหมู่ตำรวจจราจรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนน หน้ากากชนิดนี้ป้องกันฝุ่นและควันได้ดี ทั้งยังช่วยกันน้ำมูกหรือน้ำลายขณะไอหรือจามได้ แต่ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้ ข้อดีของหน้ากากอนามัยแบบผ้า คือ สามารถซักทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ

หน้ากากอนามัย 3 ชั้น

หน้ากากอนามัย 3 ชั้น หรือหน้ากากกระดาษ นิยมใช้เป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ พบเห็นได้ตามโรงพยาบาล คลินิก อนามัย รวมถึงโรงงานต่างๆ ลักษณะภายนอก คือ  ด้านหนึ่งสีฟ้าอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นสีขาว เป็นหน้ากากกระดาษ ผลิตมาจากใยสังเคราะห์ (PPSB) และมีแผ่นกรองที่สามารถกรองเชื้อแบคทีเรียได้ 99%

หน้ากากอนามัย 4 ชั้น

หน้ากากอนามัย 4 ชั้น เรียกอีกอย่างว่า หน้ากากคาร์บอน ลักษณะภายนอก คือ ด้านหนึ่งเป็นสีดำจากคาร์บอน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นสีขาว หน้ากากอนามัยแบบนี้มีแผ่นกรองเชื้อแบคทีเรียเช่นเดียวกับหน้ากากอนามัยแบบ 3 ชั้น แต่สิ่งที่พิเศษกว่า คือ มี Activated Carbon ที่ช่วยป้องกันกลิ่นจากสารเคมี อย่างทินเนอร์ น้ำมัน และกาวได้

หน้ากากอนามัย N95

หน้ากากอนามัย N95 เป็นหน้ากากอนามัยประสิทธิภาพสูง ใช้ป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กและเชื้อโรคขนาดเล็ก นิยมใช้ในวงการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล เช่น เจ้าหน้าที่รักษาวัณโรค ใช้ขณะพ่นยาหรือดูดเสมหะให้ผู้ป่วย รวมถึงบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมี

หน้ากากอนามัย N95 นี้ ยังเป็นหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ดีที่สุด โดยสามารถกรองฝุ่นละอองและมลพิษได้ถึง 95% แต่ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคสามารถแบ่งได้ 3 แบบ ตามมาตรฐานการรับรองของนานาประเทศ ได้แก่ มาตรฐานอเมริกา (NIOSH Standard), มาตรฐานยุโรป (European Standard) และมาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (Australia/New Zealand Standard) สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ‘รวมหน้ากาก N95 พร้อมฝ่าวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 และ มลภาวะในเมือง!’

อ่านข้อมูลความแตกต่างของหน้ากากอนามัยเพิ่มเติม ได้ที่ ‘รวมหน้ากากรุ่นฮิต 6 แบบ ป้องกันได้ต่างกันอย่างไร??’

Q : หน้ากากอนามัย ใส่อย่างไรให้ถูกต้อง?

A : จากข้อมูลของเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า การสวมหน้ากากอนามัยต้องสวมใส่ให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคบนใบหน้าแทน

วิธีการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง

  1. หากใช้หน้ากากอนามัยแบบมีสี (หน้ากากกระดาษ หรือ หน้ากากคาร์บอน) ให้สวมโดยหันด้านที่มีสีไว้ข้างนอก แต่ถ้าหน้ากากอนามัยสีขาวล้วน ต้องสังเกตที่รอยพับ ให้สวมโดยนำด้านที่รอยพับชี้ลงข้างล่างไว้ด้านนอก 
  2. ดึงหน้ากากอนามัยให้สูงถึงบริเวณใต้ตาและคลุมยาวไปถึงบริเวณใต้คาง 
  3. พับลวดให้กระชับพอดีกับสันจมูกและเหลือช่องว่างน้อยที่สุด

ส่วนหน้ากากอนามัยแบบ N95 จะออกแบบมาสำหรับใส่ครอบปากและจมูกอย่างมิดชิดอยู่แล้ว 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนสวมหน้ากากอนามัยต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งด้วยนะคะ

Q : หน้ากากอนามัย 1 ชิ้น ใช้ได้นานแค่ไหน?

A : ระยะเวลาการใช้หน้ากากอนามัย ขึ้นอยู่กับชนิดของหน้ากากอนามัยนั้นๆ

หากเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้า สามารถนำมาซักแล้วใช้ซ้ำได้

ส่วนหน้ากากอนามัยแบบกระดาษ หน้ากากอนามัยคาร์บอน รวมถึงหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งออกแบบมาสำหรับใช้แล้วทิ้ง จึงควรเปลี่ยนใหม่ทุกวัน

แต่ช่วงนี้หน้ากากอนามัยหาซื้อยากและมีราคาสูงขึ้น หลายคนจึงสงสัยว่าสามารถนำมาใช้ซ้ำได้หรือไม่ คำตอบ คือ ‘ไม่ควร’ นำมาใช้ซ้ำ เพราะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วจะมีเชื้อโรคติดอยู่ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยที่เปียกหรือโดนสารคัดหลั่ง อย่างน้ำมูกหรือน้ำลายแล้ว การใช้ซ้ำจะทำให้เสี่ยงติดเชื้อมากกว่าการไม่ใส่เสียอีก ยกเว้นสำหรับบางวันที่สวมหน้ากากอนามัยเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็อาจนำมาใส่ซ้ำได้ แต่ควรตรวจดูสภาพของหน้ากากก่อนว่าชำรุดหรือไม่ หากชำรุดก็อย่าเสียดาย ทิ้งไปดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ

Q : หน้ากากอนามัยใช้แล้ว ทิ้งที่ไหนดี?

A : หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ถือเป็นขยะติดเชื้อ ซึ่งตามหลักต้องส่งไปกำจัดให้ถูกวิธีนั้นก็คือเผาแยกในเตาเผาขยะติดเชื้อ แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น สำหรับบุคคลธรรมดาอย่างเราๆ การจัดการกับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว วิธีการง่ายๆ 4 ขั้นตอน คือ ‘ถอด พับ ม้วน ทิ้ง’

  • ถอด : การถอดหน้ากากอนามัยแบบถูกวิธี คือจับที่เชือกคล้องหูทั้ง 2 ข้าง และดึงออก โดยไม่นำมือไปสัมผัสที่บริเวณหน้ากากด้านใน
  • พับ : หากคุณป่วยและใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคแพ้กระจายสู่คนอื่นๆ การพับ ให้พับด้านที่สัมผัสกับใบหน้าไว้ข้างใน แต่ถ้าคุณใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ให้พับโดยเอาด้านที่มีสีหรือด้านที่สัมผัสกับเชื้อโรคในอากาศ เอาไว้ข้างใน
  • ม้วน : เมื่อพับแล้ว ให้ม้วนหน้ากากอนามัยอีกครั้งหนึ่ง
  • ทิ้ง : นำหน้ากากอนามัยที่ม้วนแล้ว ทิ้งในถุงซิปล็อกหรือถุงที่ปิดสนิท แยกออกจากขยะประเภทอื่นๆ และเขียนกำกับให้ชัดเจนว่าเป็น ขยะติดเชื้อ ก่อนทิ้งใส่ถังขยะ

การคัดแยกหน้ากากอนามัยก่อนทิ้ง อาจดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่จะช่วยลดการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคและเชื้อไวรัสได้แน่นอนค่ะ 

Q : หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคได้จริงไหม?

ข้อกังขานี้เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หลังมีกระแสออกมาว่าการใส่หน้ากากอนามัยนั้น ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ เช่น การเปิดเผยของ ศาสตราจารย์อีไล เปเรนเซวิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันโรคติดต่อ เวชกรรมและระบาดวิทยา วิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยไอโอวา กล่าวว่า ‘ คนสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย แม้จะมีผู้ติดเชื้ออยู่ข้างบ้านก็ตาม เพราะไม่มีหลักฐานว่าหน้ากากอนามัยจะช่วยปกป้องพวกเขาจากเชื้อไวรัสได้ และหากใส่หน้ากากอนามัยผิดวิธี ยังเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้นอีกด้วย ’

A : ซึ่งคำกล่าวนี้ เป็นความจริง หน้ากากอนามัยไม่สามารถใช้ป้องกันฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคได้แบบ 100% แม้วงการแพทย์จะแนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันมลพิษ ฝุ่นละออง และป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แต่ก็ยังไม่มีผลการวิจัยที่คอนเฟิร์มว่าหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันสิ่งเหล่านั้นได้

Q : สรุปแล้วควรใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่?

A : แม้หน้ากากอนามัยจะไม่สามารถปกป้องตัวเราจากเชื้อไวรัส เชื้อโรค หรือฝุ่นละอองได้แบบ 100% แต่การสวมหน้ากากอนามัยจะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัสได้ เพราะการไอหรือจามในแต่ละครั้ง สารคัดหลั่งอย่างน้ำมูกหรือน้ำลายที่เต็มไปด้วยเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายออกไปได้ถึง 3 ฟุต แต่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันตัวคุณจากอณูสารคัดหลั่งเล็กๆ นี้ได้ถึง 80% ดังนั้นหากคุณจำเป็นต้องออกไปในที่สาธารณะหรือสถานที่แออัด การทำตัวเองให้ปลอดภัยโดยสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้ก่อนย่อมดีกว่า

สำหรับการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากสวมหน้ากากอนามัยแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่เหลว พยายามไม่สัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะปากและจมูก นอกจากนั้น ควรพกเจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อติดตัวเอาไว้ สำหรับฆ่าเชื้อโรคระหว่างวันหรือในกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีน้ำและสบู่ให้ล้างนั่นเองค่ะ

สุดท้ายนี้ ป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยเอาไว้ก่อนจะดีกว่า ใครกำลังตามหาหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคอื่นๆ สามารถเข้ามาช้อปได้ที่ร้านค้าออฟฟิศเมททุกสาขา หรือ ใครยังกลัวเชื้อไวรัสและฝุ่นละออง ไม่อยากออกจากบ้าน สามารถ ‘คลิก’ เพื่อช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่ารอช้า มาดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่นและเชื้อไวรัสกันนะคะ

0 CommentsClose Comments

Leave a comment

shares