ชวนอ่านงานวิจัยฉบับใหม่ “วิวัฒนาการของแมลงสาบ” รุ่นลูกแกร่งกว่ารุ่นพ่อแม่ถึง 6 เท่า!

แมลงสาบเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ อาศัยอยู่บนโลกใบนี้มานานกว่ามนุษย์หลายเท่า หากว่ากันตามซากฟอสซิลที่ขุดพบจะบอกได้ว่าแมลงสาบถือกำเนิดขึ้นบนโลกเป็นเวลากว่า 250 ล้านปีมาแล้ว ในปัจจุบันมีแมลงสาบมากกว่า 4,000 ชนิด และมีอยู่ 5 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย คือ แมลงสาบเยอรมัน, แมลงสาบอเมริกัน, แมลงสาบออสเตรเลียน, แมลงสาบทรอปิดอง และแมลงสาบสายสีน้ำตาล

สาเหตุที่ทำให้แมลงสาบมีอายุยืนยาวและไม่สูญพันธุ์ไปพร้อมกับไดโนเสาร์นั่นเป็นเพราะมันสามารถปรับตัวเองให้เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม กินทุกอย่างเป็นอาหารไม่เว้นแม้กระทั่งแผ่นไม้ และจากงานวิจัยชิ้นล่าสุด พบว่าแมลงสาบสามารถปรับตัวให้ทนกับยาฆ่าแมลงได้ทุกชนิด…

งานวิจัยฉบับใหม่ แมลงสาบวิวัฒนาการ รุ่นลูกจะแกร่งขึ้นถึง 6 เท่า

ปีค.ศ. 2018 มีงานวิจัยน่าทึ่งเกี่ยวกับพัฒนาการของแมลงสาบจากสถาบันสรีรวิทยาของพืชและนิเวศวิทยา ณ กรุงเซี่ยงไฮ้ งานวิจัยฉบับนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications กล่าวไว้ว่าแมลงสาบมีพัฒนาการที่ทำให้เกิดยีน (Gene) กลุ่มใหม่ๆ โดยกลุ่มยีนที่เพิ่มขึ้นมานั้น มียีนที่สามารถสร้างระบบกำจัดพิษภายในร่างกาย ป้องกันไม่ให้สารพิษอย่างยาฆ่าแมลงเข้าไปทำลายอวัยวะภายในร่างกายของมันได้ นอกจากนั้นยังมียีนที่ช่วยให้แมลงสาบสร้างอวัยวะร่างกายขึ้นมาใหม่ ถึงแม้ขาจะขาดก็สามารถงอกใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

1 ปีต่อมา (2019) ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู (Purdue University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาเกี่ยวกับการกำจัดแมลงภายในบ้าน โดยทดลองจากแมลงสาบสายพันธุ์เยอรมัน (Blattella germanica L.) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบตามบริเวณบ้านเรือนมากที่สุด ซึ่งผลการทดลองพบว่า ยาฆ่าแมลงไม่สามารถใช้กำจัดแมลงสาบได้อีกต่อไป เพราะแมลงสาบสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างภูมิต้านทานต่อสารเคมีได้อย่างรวดเร็ว

โดยปกติแล้ว แมลงสาบแต่ละชนิดมีภูมิคุ้มกันต่อยาฆ่าแมลงแตกต่างกันออกไป นักกำจัดแมลงสาบมืออาชีพจึงใช้สารเคมีหลายชนิดรวมกัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแมลงสาบทุกตัวจะถูกกำจัด เรียกว่าหากไม่ตายด้วยสารเคมีชนิดนี้ ก็จะตายด้วยสารเคมีอีกชนิดหนึ่งอย่างแน่นอน แต่จากงานวิจัยชิ้นล่าสุด ในอนาคตการผสมยาฆ่าแมลงหลายๆ ชนิด อาจจะไม่ใช้วิธีที่เวิร์ค เพราะแมลงสาบมีวิวัฒนาการที่สามารถต่อต้านยาฆ่าแมลงได้ ไม่เพียงแต่กับยาฆ่าแมลงที่เคยสัมผัสมาก่อนเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างยีนใหม่ที่ต่อต้านยาฆ่าแมลงชนิดอื่นๆ ที่ไม่เคยพบเจอได้อีกด้วย เรียกว่า การดื้อยาข้ามกลุ่ม (cross-resistance) ทั้งยังสามารถส่งต่อคุณสมบัติพิเศษนี้ไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แมลงสาบ Gen ใหม่ ยังสามารถต้านทานยาฆ่าแมลงได้ดีกว่ารุ่นพ่อแม่ 4-6 เท่า หากลองคำนวณดูคร่าวๆ การผสมพันธุ์กันแต่ละครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน จะเพิ่มประชากรแมลงสาบได้ราว 50 ตัว นั่นแปลว่าภายใน 1 ปี โลกเราจะมีแมลงสาบพันธุ์อึดเหล่านี้เกิดขึ้นมาถึง 10 ล้านตัว!

เมื่อเห็นผลการวิจัยแล้ว คำถามที่ตามมาคือ ความถึกของแมลงสาบเหล่านี้ จะส่งผลกระทบกับมนุษย์เราอย่างไร?

แมลงสาบ ตัวพาหะสารพัดโรค

ไม่ว่างานวิจัยจากประเทศไหนๆ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แมลงสาบเป็นตัวการสำคัญที่นำเชื้อโรคมาสู่มนุษย์ ด้วยพฤติกรรมของแมลงสาบที่มักจะอาศัยและหาอาหารอยู่ตามกองขยะ เชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลทั้งแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว พยาธิ และเชื้อรา จึงติดมากับขาและลำตัวของมัน นอกจากนั้นระหว่างที่กำลังเดินแมลงสาบก็มักจะขับถ่ายและสำรอกอยู่ตลอดเวลา เชื้อโรคจึงกระจายไปยังบริเวณต่างๆ ที่พวกมันเดินผ่านทั้งบนดิน หรือแม้แต่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ

เชื้อโรคจากแมลงสาบทำให้เกิดโรคนานาชนิด ทั้ง ท้องเดิน, โรคบิด, ไทฟอยด์, อหิวาตกโรค, อาหารเป็นพิษ, โรคผิวหนัง, ตับอักเสบ, หอบหืด รวมถึงภูมิแพ้ นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยที่บอกว่า แมลงสาบสามารถทำหน้าที่เป็นโฮสต์ให้กับพยาธิหลายชนิด เช่น พยาธิปากขอ, พยาธิไส้เดือนกลม, พยาธิตืดแคระ, พยาธิตืดวัว และพยาธิใบไม้โลหิต เป็นต้น งานวิจัยชิ้นนี้จึงไม่เพียงแต่บอกเราว่าแมลงสาบมีวิวัฒนาการสามารถต่อต้านยาฆ่าแมลงได้เท่านั้น แต่ยังบอกให้เรารีบเร่งพัฒนายาฆ่าแมลงสูตรใหม่ที่จะสามารถกำจัดแมลงที่เป็นพาหะนำโรคสารพัดชนิดนี้ก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายเกินแก้ไข

วิธีกำจัดแมลงสาบ ในวันที่แมลงสาบดื้อยา

จากคำแนะนำของนักวิจัย ในอนาคตการกำจัดแมลงสาบให้ได้ผลจะต้องใช้หลายวิธีควบคู่กันไป ดังนี้

กำจัดจากต้นตอ

กำจัดแหล่งที่อยู่ของแมลงสาบ ด้วยการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบถังขยะและจัดการการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะเศษอาหาร ต้องมัดปากถุงให้สนิท รวมถึงอาหารที่ทานเหลือ หากจะเก็บควรเก็บในตู้กับข้าวหรือครอบด้วยฝาชีให้มิดชิดไม่ให้แมลงสาบเข้าไปแพร่เชื้อได้

อุดช่องโหว่ไม่ให้เหลือพื้นที่ทำรัง

อุดหรือซ่อมแซมช่องโหว่ตามจุดต่างๆ ของที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นรอยแยกบริเวณผนัง หรือฝ้าเพดาน ไม่ให้แมลงสาบมีที่ซ่อนตัวและทำรัง

สู้แมลงสาบด้วยกลิ่นฉุน

ไล่แมลงสาบด้วยลูกเหม็นและพริกไทย เพียงนำลูกเหม็นหรือห่อพริกไทยไปวางไว้ตามจุดอับหรือซอกหลืบที่มนุษย์อย่างเราเข้าถึงได้ยาก แต่แมลงสาบสามารถซ่อนตัวอยู่ได้ เช่น มุมตู้เสื้อผ้า, มุมห้อง, หลังบานประตู, ใต้เตียง ฯลฯ กลิ่นฉุนของลูกเหม็นและพริกไทยจะช่วยขับไล่แมลงสาบไปจากบริเวณดังกล่าวได้

น้ำสบู่ทำให้ขาดอากาศ

น้ำสบู่ก็เป็นอีกวิธีกำจัดแมลงสาบที่ได้ผล เพราะน้ำสบู่ที่ฉีดพ่นลงไปบนตัวแมลงสาบจะทำหน้าที่คล้ายแผ่นฟิล์มเคลือบไปบนผิวหนังที่ทำหน้าที่เป็นทางเดินอากาศ ทำให้แมลงสาบไม่สามารถหายใจได้ จนขาดอากาศตายไปในที่สุด

ยาฆ่าแมลงยังจำเป็น

แม้งานวิจัยจะบอกว่าในอนาคตแมลงสาบจะมีวิวัฒนาการจนดื้อยาฆ่าแมลง แต่ยาฆ่าแมลงก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีติดบ้าน เพราะถึงแม้จะไม่สามารถกำจัดแมลงสาบได้ แต่ก็สามารถใช้กำจัดแมลงชนิดอื่นๆ เช่น มดหรือปลวกที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่บริเวณบ้านของเรา เรียกว่ามียาฆ่าแมลงติดบ้านเอาไว้ อุ่นใจกว่านะคะ

ช้อปผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง คลิก!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *