การระบาดของเชื้อไวรัสที่ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ กำลังสร้างความตื่นกลัวด้วยการระบาดระลอกใหม่ที่ดูเหมือนจะแพร่เชื้อได้ไวและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม วันนี้ OfficeMate จะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุด ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อ สายพันธุ์ของไวรัส ผู้ที่อาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยง รวมไปถึงการปฏิบัติตัวให้รัดกุมกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไปดูกันเลยค่ะ 

โควิด-19 ระลอก 3 แพร่เชื้อไวและรุนแรง

นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ในปี พ.ศ. 2562 การระบาดใหม่ในไทยครั้งนี้ (พ.ศ. 2564) นับเป็นการระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งดูเหมือนเชื้อไวรัสจะแพร่ระบาดได้ไว และแพร่กระจายเป็นวงกว้างมากกว่าครั้งก่อนๆ

จำนวนตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ 8 เมษายน 2564 (11.30 น.) ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 30,310 ราย ความน่าวิตก คือ ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เพราะนับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าวันละ 200 ราย ซึ่งว่ากันว่าการแพร่ระบาดครั้งใหม่ที่รวดเร็วและรุนแรงนี้ เป็นการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดและติดต่อกันได้ง่ายขึ้น 1.7 เท่า!

ข้อมูลสถิติจาก กรมควบคุมโรค

โควิด-19 ณ ปัจจุบัน มีมากถึง 8 สายพันธุ์

นับจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ L ในปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันไวรัสได้กลายพันธุ์ แยกออกมารวมแล้วมี 8 สายพันธุ์หลักๆ ได้แก่

  1. โควิด-19 สายพันธุ์ L (Leucine) : สายพันธุ์ต้นกำเนิด พบครั้งแรกช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 เป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
  2. โควิด-19 สายพันธุ์ S (Serine) : พัฒนามาจากสายพันธุ์ L โควิด-19 สายพันธุ์นี้เข้ามาระบาดในไทยช่วงต้นปี พ.ศ. 2563 
  3. โควิด-19 สายพันธุ์ G (Glycine) : เป็นสายพันธุ์ลูกของสายพันธุ์ L ที่แพร่กระจายได้ง่ายกว่า โควิด-19 สายพันธุ์ G นี้ แพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยเฉพาะในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ไทย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
  4. โควิด-19 สายพันธุ์ V (Valine) : สายพันธุ์ลูกของสายพันธุ์ L เช่นกัน
  5. โควิด-19 สายพันธุ์ GH (Histiddine) : วิวัฒนาการมาจากสายพันธุ์ G เข้ามาระบาดในไทยช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 มีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดีย
  6. โควิด-19 สายพันธุ์ GR (Arginine) : อีกหนึ่งสายพันธุ์ลูกของสายพันธุ์ G
  7. โควิด-19 สายพันธุ์ O : เป็นสายพันธุ์ของไวรัสที่เกิดจากการรวมตัวกันของไวรัสที่มีอัตราการกลายพันธุ์ต่ำ  
  8. โควิด-19 สายพันธุ์ B : มีอีกชื่อหนึ่งว่า SARS-CoV-2 VUI 202012/01 มีต้นกำเนิดการกลายพันธ์ุมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งระบาดได้รวดเร็วกว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อื่นๆ ถึง 1.7 เท่า  

นอกจากไวรัสโควิด-19 8 สายพันธุ์หลัก ยังมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นอีก ได้แก่ 

  • โควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.7 : พบครั้งแรกในประเทศอังกฤษ แพร่กระจายได้รวดเร็วขึ้น 40-70%
  • โควิด-19 สายพันธุ์ B.1.351 : พบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ ทำให้คนติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หลบหลีกวัคซีนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของวัคซีนที่ฉีดเข้าไปลดลง
  • โควิด-19 สายพันธุ์ P.1 : พบครั้งแรกในประเทศบราซิล หลบหลีกภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : news.thaipbs.or.th / news.trueid.net

จากสายพันธ์ุของโควิด-19 ทั้งหมดนี้ สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในไทยระลอก 3 ว่ากันว่าเป็นสายพันธุ์อังกฤษ SARS-CoV-2 ที่มีความรุนแรง เพราะแพร่เชื้อและติดเชื้อได้ง่ายขึ้นถึง 1.7 เท่า

ทบทวนอีกครั้ง โควิด -19 ติดเชื้อทางไหนได้บ้าง?

โควิด-19 สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน เข้าสู่ร่างกายได้ 2 ช่องทาง คือ การสูดดมละอองสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ที่เกิดจากการไอ จาม พูดคุย ร้องเพลง ตะโกน หัวเราะ ฯลฯ และการสัมผัสละอองสารคัดหลั่งที่มาจากผู้ติดเชื้อ ซึ่งอาจติดอยู่กับสิ่งของสาธารณะ อย่าง ที่จับประตู ปุ่มกดลิฟต์ ฯลฯ 

ซึ่งผู้ติดเชื้อ 1 คนสามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นๆ ได้อีก เฉลี่ย 2-4 คน แต่การแพร่กระจายจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม อากาศ ความชื้น และความหนาแน่นของกลุ่มคน ณ ขณะนั้น

กลุ่มเสี่ยงโควิด-19 และสภาพแวดล้อมที่ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

อย่างที่บอกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้มีคนติดเชื้อได้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความชื้น และความหนาแน่นของคนในบริเวณนั้น ซึ่งนอกจากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อแล้ว พื้นที่สุ่มเสี่ยงหรือสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย คือ

  • พื้นที่ที่มีความแออัด มีคนรวมกลุ่มกันจำนวนมาก 
  • พื้นที่ปิดที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก / ห้องแอร์ / ห้องโดยสารรถยนต์ / รถสาธารณะติดแอร์ 

ในกรณีที่มีการรวมกลุ่มกันในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท หากมีผู้ติดเชื้อปะปนอยู่โดยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย คนในบริเวณนั้นก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้มากขึ้น แม้จะไม่ได้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อโดยตรงก็ตาม

อาการของผู้ติดเชื้อโควิด-19

ระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะอยู่ที่ประมาณ 2-14 วัน หลังจากได้รับเชื้อ โดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายคลึงกับการเป็นไข้หวัด คือ ไอแห้ง เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล จาม มีไข้สูง (อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส) หายใจเหนื่อยหอบ ลิ้นไม่รู้รส จมูกไม่ได้กลิ่น ซึ่งเป็นอาการของโรคทางเดินระบบหายใจ ในผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย นอกจากอาการภายนอก โควิด-19 ยังสามารถสร้างความเสียหายให้ปอดของเราได้ จึงเรียกว่าเป็นไวรัสปอดอักเสบนั่นเอง

แต่จากการแพร่ระบาดจนเข้าสู่ระลอก 3 ปรากฎว่ามีผู้ติดเชื้อหลายคนที่ไม่แสดงอาการใดๆ เลย คือ ไม่มีไข้ ไม่มีน้ำมูก รับรสและกลิ่นได้เป็นปกติ ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าติดเชื้อ ร่างกายก็อาจจะกำจัดเชื้อไวรัสออกไปได้เองแล้ว

หลีกเลี่ยงจากโควิด-19 ยังไงดี?

เมื่อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตัวเองเพื่อให้แข็งแกร่งและอยู่รอดได้ เราเองก็ต้องหาวิธีรับมือเพื่อเอาชนะไวรัสกลายพันธุ์เหล่านี้เช่นกัน เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดในระลอก 3 และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้มากที่สุด แนะนำให้

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อให้ติดเชื้อได้ง่าย
  • ล้างมือ อาบน้ำ สระผมทันที หลังกลับถึงบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารจานเดียวกัน และดื่มเครื่องดื่มจากแก้วหรือหลอดเดียวกัน
  • งดใช้ของร่วมกันกับผู้อื่น
  • สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน บนรถยนต์ส่วนตัว บนรถโดยสารสาธารณะ หากทานข้าวนอกบ้าน แนะนำให้ถอดหน้ากากอนามัยเฉพาะช่วงที่กำลังทานเท่านั้น
  • พกเจลล้างมือ หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดกระเป๋าเอาไว้ เพื่อใช้ทำความสะอาดมือแทนสบู่
  • เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร
  • หากเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดหนัก แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำและตรวจหาเชื้อโควิด-19

สำหรับการฉีดวัคซีน คนไทยสามารถจองคิวเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ผ่าน 3 ช่องทาง คือ 

  • แอปพลิเคชั่นหมอพร้อม 
  • ไลน์ออฟฟิเชียล ‘หมอพร้อม’
  • อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook ศูนย์ข้อมูล Covid-19 หรือ โทร. 1111

แม้การระบาดระลอกใหม่นี้จะดูรุนแรงและน่ากลัวขึ้น แต่ OfficeMate ขอให้ทุกคนยึดสติเอาไว้ให้มั่น และดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด แม้การยับยั้งโรคระบาดนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย แต่อย่างน้อยดูแลตัวเองให้ดี จะได้สบายใจทั้งเราเองและคนรอบข้างนะคะ 

ช้อป หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ สบู่เหลว สำหรับป้องกันตัวจากเชื้อไวรัส หรืออยากได้ไอเทมทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในบ้าน ร้านอาหาร ออฟฟิศ ก็คลิกเลย! OfficeMate ช้อปวันนี้ พบโปรโมชันดีๆ พร้อมบริการส่งฟรีเมื่อช้อปครบ 499 บาท!

อ่านบทความเพิ่มเติม
รวมหน้ากาก N95 พร้อมฝ่าวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 และ มลภาวะในเมือง!
รวม 13 บริษัทฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สำหรับร้านอาหาร สะอาดปลอดภัยไร้โควิด-19

0 CommentsClose Comments

Leave a comment

shares