‘งานนี้ยากเกินไป…ความสามารถเราไม่ถึงหรอก’ หรือ ‘โปรเจกต์นี้ไม่ง่ายเลย ฉันทำออกมาไม่ดีแน่’ ฟังดูเหมือนเป็นความคิดของคนทั่วๆ ไป แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความคิดที่ผ่านเข้ามาในหัวเพียงชั่วขณะ แต่มันคือ ‘Mindset’ ที่สามารถส่งผลไปถึงนิสัย พฤติกรรม รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละคนได้ และหลายครั้งที่ Mindset เหล่านี้ กลายเป็นตัวฉุดรั้ง ทำให้ผู้คนย่ำอยู่กับที่และไม่ยอมพัฒนาตัวเอง

Mindset คืออะไร?

Mindset คือ กรอบความคิด หรือชุดของความเชื่อ แต่มีความลึกซึ้งกว่าความคิดและความเชื่อทั่วๆ ไป เพราะ Mindset สามารถส่งผลถึงพฤติกรรม นิสัย ท่าทีการแสดงออก ทัศนคติ และวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เรียกได้ว่า Mindset คือ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการกระทำและผลลัพธ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั่นเอง

จากงานวิจัยของนักจิตวิทยาชื่อดัง Carol S. Dweck แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เจ้าของหนังสือ ‘Mindset : The New Psychology of Success’ กล่าวไว้ว่า Mindset นั้นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

1.Fixed Mindset

Fixed Mindset คือ กรอบความคิดแบบตายตัว คนที่มี Fixed Mindset จะเชื่อว่า ความฉลาด ความสามารถ หรือคุณสมบัติต่างๆ ของพวกเขา คือสิ่งที่มีติดตัวและถูกกำหนดเอาไว้แล้วตั้งแต่เกิด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ พูดง่ายๆ ว่า หากคิดว่าตัวเองไม่ฉลาดก็จะไม่ขวนขวายเพิ่มเพราะคิดว่าไม่ช่วยอะไร แต่ถ้าคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่แล้วก็จะไม่พัฒนาต่อ  

นอกจากนั้น ผู้ที่มี Fixed mindset ยังมักหลีกเลี่ยงความท้าทาย ไม่ชอบความไม่แน่นอนในชีวิต ไม่ชอบออกจาก Comfort zone ยอมแพ้ง่าย และมักไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ชอบทำแต่อะไรเดิมๆ ที่ทำได้ และมักจะแสดงออกว่าตนเองนั้นฉลาด รอบรู้ทุกเรื่องอยู่เสมอ จะไม่ยอมให้คนอื่นมองว่าพวกเขาโง่หรือไม่เก่ง และมักมองเห็นความล้มเหลวว่าเป็นตราบาปในชีวิต

2.Growth Mindset

Growth Mindset แตกต่างจาก Fixed mindset โดยสิ้นเชิง คือ เป็นกรอบความคิดที่ไม่ตายตัว ผู้ที่มี Growth mindset จะเชื่อว่าทุกความเก่ง ทุกคุณสมบัติ และทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถพัฒนาขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้ด้วยความพยายาม คนเหล่านี้จะเชื่อมั่นในความพยายาม จะพัฒนาตัวเอง เรียนรู้ และฝึกฝนวิชาความรู้ต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อผลักดันให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ซึ่งคนที่มี Mindset แบบนี้จะยอมรับความล้มเหลวได้มากกว่า มองความล้มเหลวว่าเป็นเพียงปัญหาหนึ่งในชีวิตที่ต้องเผชิญหน้า และจะพยายามหาทางเรียนรู้เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านั้น

ดังนั้น โควทความคิดที่เกริ่นไว้ในตอนต้น ก็มาจากการที่เรามี Fixed Mindset จำกัดตัวเองและยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ ซึ่งเป็นหลุมพรางที่ทำให้เราย่ำอยู่กับที่ หากไม่รีบปรับเปลี่ยน Mindset ก็อาจส่งผลไปถึงหน้าที่การงานในอนาคตได้

3 ขั้นตอนปรับ Mindset เปลี่ยนจาก Fixed ให้เป็น Growth เพื่อพัฒนาตัวเอง

ทำความเข้าใจ Mindset ของตัวเอง

ในขั้นตอนแรก คุณต้องเริ่มจากการเปิดใจและมองหา Mindset ของตัวเอง ลองพิจารณาดูว่าที่ผ่านมาคุณใช้ชีวิตแบบไหน หากเจอกับปัญหา คุณจะพยายามหาทางแก้หรือเลือกที่จะหนี? หรือหากมีงานโปรเจกต์ใหม่ๆ เข้ามา คุณเลือกที่จะท้าทายหรือส่งต่อให้คนอื่นเพราะกลัวตัวเองทำพลาด ถ้าคำตอบของคุณหลายๆ ครั้ง คือการหนี ไม่ยอมท้าทาย ไม่อยากทำ นั่นแปลว่าคุณมีแนวโน้มที่จะมี Fixed Mindset ซึ่งจะส่งผลให้คุณไม่กล้าที่จะพัฒนาตัวเอง ทำให้ชีวิตการทำงานถึงทางตันได้ไม่ยาก และอาจส่งผลไปถึงวิธีการแสดงออก ซึ่งมีผลกับความสัมพันธ์ต่อหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานได้อีกด้วย 

พยายามเอาชนะ Fixed Mindset ให้ได้

เมื่อรู้แล้ว Mindset ของเรานั้นเป็นอย่างไร ขั้นตอนต่อมา คือ การปรับ แต่การจะปรับ Mindset ที่ติดตัวมาเป็นเวลาหลายปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรกคุณอาจจะไม่สามารถเอาชนะ Fixed mindset ที่อยู่ในตัวได้ แต่หากในสถานการณ์ไหนที่มี Fixed mindset เกิดขึ้น เราอยากให้คุณรีบเอา Growth Mindset เข้าสู้ เช่น ถ้าต้องเจองานยากแล้วเกิดความคิดขึ้นมาอัตโนมัติว่า ‘ทำไม่ได้ ถ้าทำไปแล้วพลาดต้องอายแน่ๆ’ ก็ให้รีบตอบกลับด้วยความคิดที่ว่า ‘ไม่มีใครไม่เคยทำพลาด และความผิดพลาดสามารถเรียนรู้และแก้ไขได้’ หรือถ้าวันหนึ่งคุณมีความคิดว่า ‘เราทำไม่ได้’ ก็ให้รีบปรับเป็น ‘เรายังทำไม่ได้’ ลองทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาแล้ววันหนึ่งความคิดด้าน Growth mindset จะเริ่มเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

อย่าปรับเพียง Mindset แต่ต้องลงมือทำ

เมื่อผ่านขั้นตอนการปรับ กำจัด Fixed mindset แล้ว ขั้นตอนสุดท้าย คือการเปลี่ยน Growth mindset ให้กลายเป็นพฤติกรรมด้วยการลงมือทำ หากคุณสามารถทำได้ นั้นแปลว่าคุณได้เริ่มขยาย Comfort zone ของตัวเองให้กว้างขึ้น และหากทำได้อย่างต่อเนื่อง ก็หมายถึงความสามารถในการพัฒนาตัวเองก็มากขึ้นไปด้วยนั่นเอง

การปรับ Mindset ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งกับคนที่มีกรอบความคิดของตัวเองชัดเจนยิ่งต้องอาศัยเวลามากขึ้น แต่ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความคิดตั้งต้น หากคุณมีความคิดที่อยากจะปรับ การปรับเปลี่ยน Mindset ก็จะไม่ยากอย่างที่คิด ซึ่งสำหรับคนที่คลิกเข้ามาอ่านบทความนี้ ออฟฟิศเมทเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงเป็นผู้ที่มีความคิดอยากจะปรับเปลี่ยน Mindset ของตัวเองกันอยู่บ้างแล้ว เราขอเป็นกำลังใจให้คุณ ลองปรับเปลี่ยนตัวเองไปทีละนิด ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป จะได้ไม่ล้มเลิกกลางทางนะคะ

อ้างอิง

9 (Growth) Mindset ที่คนทำงานต้องรู้ถ้าอยากสำเร็จ!

พัฒนาศักยภาพในการทำงานได้ง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอนปรับ Mindset

0 CommentsClose Comments

Leave a comment

shares