มาตรการช็อปช่วยชาติ 2561 แบ่งเบาภาระด้านภาษีได้จริงหรือไม่?

กลับมาอีกครั้งในช่วงใกล้สิ้นปี กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแบ่งเบาภาระผู้เสียภาษีด้วย“ช็อปช่วยชาติ 2561” ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้ออกประกาศมาตรการช็อปช่วยชาติปี2561 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดคือรายการสินค้าที่เข้าร่วมโครงการช็อปช่วยชาติ ลองมาดูรายละเอียดในมาตรการช็อปช่วยชาติของปีนี้กันดีกว่าค่ะ ว่าใครได้ผลประโยชน์ และใช้จริงต้องทำอย่างไร

ช็อปช่วยชาติ 2561 กลุ่มตลาดใดได้ผลประโยชน์

อย่างที่บอกไปว่าโครงการช็อปช่วยชาติ 2561 แตกต่างออกไปจากปีที่ผ่านๆมา ส่วนหนึ่งเนื่องจากกระแสของปีก่อนๆ สะท้อนว่าโครงการช็อปช่วยชาติอาจเป็นการหนุนให้กับกลุ่มนายทุนรายใหญ่เสียมากกว่าประชาชนผู้ค้ารายย่อยทำให้ปีนี้ทางรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยน และเจาะจงกลุ่มสินค้าที่เข้าร่วมโครงการไว้ 3 กลุ่มหลักๆคือ สินค้าประเภทยางล้อรถ สินค้ากลุ่มหนังสือและ E-Book และกลุ่มสุดท้ายคือสินค้า OTOP

การที่รัฐบาลเลือกกลุ่มสินค้ายางล้อรถเข้าร่วมโครงการช็อปช่วยชาติ มีเหตุผลเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราไทย ซึ่งกำลังเผชิญกับราคายางพาราตกต่ำ รวมถึงเป็นการระบายปริมาณยางเส้นที่ค้างอยู่อีกจำนวนมาก

สำหรับกลุ่มหนังสือ เป็นสินค้าประเภทที่ไม่ Vat อยู่แล้ว จึงทำให้ไม่เข้าข่ายโครงการช็อปช่วยชาติของปีก่อนๆ แต่ที่มาโผล่เป็นหนึ่งในสามกลุ่มสินค้าในโครงการได้ เพราะปี 2561 นี้ตลาดหนังสือในประเทศไทยทำเม็ดเงินลดลงมาก รัฐบาลจึงต้องการกระตุ้นกลุ่มสินค้าประเภทหนังสือ และยังพ่วงถึงหนังสือประเภท E-Book อีกด้วย เพราะพฤติกรรมคนไทยใช้เวลาบนมือถือ และบนหน้าจอคอมฯหลายชั่วโมงต่อวัน หนังสือแบบ E-Book จึงอาจเป็นอีกช่องทางที่ทำให้เข้าถึงคนไทยมากขึ้นนั่นเอง

ปิดท้ายด้วยกลุ่มสินค้า OTOP แน่นอนว่ากลุ่มสินค้า OTOP เข้าโครงการช็อปช่วยชาติ เพราะมีจุดประสงค์หลักที่ชัดเจนคือ ช่วยส่งเสริมสินค้าและ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนมากขึ้น ซึ่งในวันที่ 15-23 ธันวาคม 2561 นี้ มีการจัดงาน OTOP City Happy Market 2018 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมเพ็ค เมืองทองธานี โดยกรมการพัฒนาชุมชน เป็นการรวบรวมร้านค้าที่ขายสินค้า OTOP มาไว้ในงานให้คนไทยได้ไปช็อปส่งท้ายปี และเป็นการสนับสนุนโครงการช็อปช่วยชาติ

สินค้า 3 ประเภทต้องดูยังไง ว่านำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากมาตรการช็อปช่วยชาติ

กลุ่มสินค้าล้อยางล้อรถ: สินค้าล้อยางล้อรถ สามารถเป็นได้ทั้งยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ หรือยางล้อรถจักรยานก็ได้เช่นกัน แต่มีข้อกำหนดอยู่ว่า หากจะให้เข้าข่ายโครงการช็อปช่วยชาติต้องเป็นยางเส้นที่ได้คูปองจาก “การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)” 1 คูปองต่อยางล้อรถ 1 เส้น ซึ่งเป็นยางล้อรถที่ทำจากยางพาราที่ผลิตในประเทศเท่านั้น

*สำหรับกลุ่มสินค้ายางล้อรถ ยอดค่าใช้จ่ายที่เข้าร่วมโครงการ เฉพาะค่ายางเส้นเท่านั้น ไม่ร่วมค่าบริการในการเปลี่ยนยางนะคะ*

กลุ่มสินค้าหนังสือและ E-Book: หนังสือ(สิ่งพิมพ์)และE-Book ที่เข้าร่วมโครงการช็อปช่วยชาติ 2561 เงื่อนไขไม่ซับซ้อนแต่ต้องไม่ใช่*นิตยสารและหนังสือพิมพ์*

กลุ่มสินค้า OTOP: จะซื้ออะไรก็ได้ที่เป็นสินค้า OTOP แต่จะต้องซื้อจากร้านค้าที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการพัฒนาชุมชนเท่านั้น

“ซื้อสินค้าทั้ง 3 กลุ่มนี้ก็อย่าช็อปเพลิน ต้องขอใบกำกับภาษีฉบับเต็มมาด้วยนะคะและต้องขอในวันที่ซื้อเท่านั้น เนื่องจากใบกำกับภาษีฉบับเต็มไม่สามารถขอย้อนหลังได้”

หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และการใช้สิทธิ์ช็อปช่วยชาติ 2561

มาตรการช็อปช่วยชาติ 2561 มีกำหนดระยะเวลาในการซื้อสินค้าคือต้องเป็นการซื้อสินค้าในวันที่ 15 ธันวาคม 2561 – 16 มกราคม 2562เท่านั้นโดยยึดวันที่บนใบกำกับภาษีฉบับเต็มที่ใช้เป็นหลักฐาน เนื่องจากระยะเวลาในการซื้อสินค้าคร่อม2 ปี (2561/2562) ดังนั้นเราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 ปี *แต่ยอดเงินที่ซื้อของทั้ง2 ปีต้องรวมกันไม่เกิน 15,000 บาท

สรุป

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีจากมาตรการช็อปช่วยชาติ2561

อย่างที่บอกไปว่าช็อปช่วยชาติ 2561 ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าจะเสียภาษีน้อยลง 15,000 บาท

ตัวอย่างที่ผิด: นาย A เดินไปซื้อของตาม 3 กลุ่มในโครงการเป็นจำนวน 15,000 บาท แล้วเอาสิทธิไปใช้ จะทำให้นาย A เสียภาษีน้อยลง 15,000 บาท จากเดิมที่นาย A เสียภาษี 30,000 บาท เมื่อใช้สิทธิจะเสียภาษีเพียง (30,000-15,000)= 15,000 บาท อันนี้ไม่ถูกต้องนะคะ

ตัวอย่างที่ถูก: นาย A เดินไปซื้อของตาม 3 กลุ่มในโครงการเป็นจำนวน 15,000 บาท แล้วเอาสิทธิไปใช้ นาย A ต้องนำเงินที่ซื้อของ 15,000 บาทไปลบออกจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายหักค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว เพื่อให้เงินได้สุทธิน้อยลง แล้วจึงค่อยเอาไปคำนวณอัตราภาษีตามขั้นที่นาย A ต้องจ่าย

เมื่อเข้าใจส่วนนี้ถูกต้องแล้ว เราจะเข้าใจต่อมาว่า แต่ละคนที่ใช้สิทธิในโครงการช็อปช่วยชาติ 2561 โดยซื้อของ 15,000 บาทเท่ากัน จะนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน อ่านเพิ่มเติมเรื่องการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาได้ที่: อัพเดทล่าสุด! วิธีคํานวณภาษี พร้อมรายการลดหย่อนภาษี 2561 แบบโพสเดียวจบ!

เพื่อให้เข้าใจง่ายว่าแต่ละคนที่มีฐานภาษีไม่เท่ากันจะลดหย่อนสูงสุดได้กี่บาทจากการซื้อของในโครงการช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท (ตามตาราง)

อัตราภาษีที่จ่ายน้อยลง_ช็อปช่วยชาติ

จากตารางแปลว่า ยิ่งเรามีฐานภาษีสูง (เงินได้สุทธิสูง) จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากโครงการช็อปช่วยชาติได้คุ้มที่สุด คนที่มีเงินได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป จะเสียภาษีถูกลงถึง 5,250 บาท (ภาษีีต้องจ่ายให้สรรพากร – 5,250 = ภาษีสุดท้ายที่ต้องจ่ายกรมสรรพา)

ช็อปช่วยชาติ 2561 เพื่อลดหย่อนภาษี เหมาะกับใคร?

จริงๆ แล้วในเรื่องนี้ความเหมาะสมก็คือความจำเป็น ก่อนที่จะไปช็อปสินค้าทั้ง 3 กลุ่มในโครงการช็อปช่วยชาติ เราต้องรู้ก่อนว่า เราจำเป็นต้องใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากโครงการช็อปช่วยชาติหรือไม่?

  • หากสินค้าที่อยู่ในโครงการไม่ใช่ของที่จำเป็นต้องซื้อ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องช็อปเพื่อให้ได้สิทธิลดหย่อนในโครงการช็อปช่วยชาติ
  • เงินเดือนน้อย เงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้วไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีก็ไม่ต้องช็อปเพื่อใช้สิทธิช็อปช่วยชาติ

ดังนั้นคนที่เหมาะสมกับการใช้สิทธิจากโครงการช็อปช่วยชาติ 2561 จึงต้องเป็นคนที่มีความจำเป็นและต้องการจะใช้สิ่งของนั้นๆอยู่แล้ว เพื่อให้ของที่ซื้อมาเกิดประโยชน์คุ้มค่าเงินรวมถึงต้องเป็นคนที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี ถึงจะหันไปมองเรื่องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนะคะ

ที่มา:  moneybuffalo.in.th/ thestandard.co/ itax.in.th