อัพเดทล่าสุด! วิธีคํานวณภาษี พร้อมรายการลดหย่อนภาษี 2561 แบบโพสเดียวจบ!

ใกล้จะเข้าสู่ช่วงปีใหม่แล้ว สำหรับผู้มีรายได้ทั้งหลายคงกำลัง(แอบ)คิดถึงเรื่องการเสียภาษีกันอยู่ใช่ไหมเอ่ย การเสียภาษี เป็นหน้าที่ของประชาชนผู้มีรายได้ที่ต้องจ่ายให้กับภาครัฐตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อภาครัฐจะได้นำเงินในส่วนนี้ไปทำประโยชน์และพัฒนาประเทศต่อไปนั่นเอง ส่วนใครที่จงใจเลี่ยงการเสียภาษีหรือแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้จ่ายภาษีน้อยลง มีโทษตามกฎหมายทั้งจำทั้งปรับขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี ทางที่ดีทำให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรกดีกว่าโนะ

หลักการการคิดภาษีบุคคลธรรมดา สามารถคิดคำนวณได้ 2 วิธี คือ แบบคำนวณภาษีเงินได้พึงประเมิน (เงินได้พึงประเมินx0.5%) ซึ่งใช้กับผู้มีรายได้ประเภทที่ 2-8 (ม.40(2)-(8)) และคำนวณภาษีเงิินได้สุทธิแบบขั้นบันได

วันนี้เราจะมาพูดถึงการคำนวณภาษีเงินได้สุทธิแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันส่วนใหญ่หลักการคร่าวๆ คือ

จะเห็นได้ว่าถ้าหากเรามีเงินได้สุทธิน้อย เมื่อนำไปคูณกับอัตราภาษีก็จะทำให้เราประหยัดภาษีลงนั่นเอง

“รายได้” คืออะไรในทางภาษี

รายได้หรือเงินได้ คือ รายรับที่เราได้รับจากการทำงาน จากปล่อยเช่าอสังหาฯ จากการลงทุน และอื่นๆ ตลอดทั้งปีภาษี และเป็นเงินที่กฏหมายบังคับให้เราต้องนำมาประเมินเพื่อเสียภาษี ซึ่งเรียกว่าเงินได้พึงประเมิน มีทั้งหมด 8 ประเภทด้วยกัน เมื่อเรามีรายได้แล้ว ก็ต้องไปดูต่อที่ค่าใช้จ่าย

“ค่าใช้จ่าย” สำหรับบุคคลธรรมดา ต้องคิดจากอะไร

ค่าใช้จ่ายตลอดปีภาษี จะคิดจากอะไรดีในเมื่อไม่ได้เก็บเอกสารไว้ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายในทางภาษี เราต้องไปเริ่มต้นจากการดูที่รายรับหรือเงินได้ทั้งปีภาษี ว่าเราได้จากอะไรและได้จากทางไหนบ้าง เพราะทางกรมสรรพากรให้คิดค่าใช้จ่ายที่จะนำมาลบออกจากรายได้ ตามแต่ประเภทของรายได้ที่เราได้รับ รายได้ในที่นี้ถูกแบ่งออกไปทั้งหมด 8 ประเภทดังนี้

ประเภทที่ 1 รายได้จากเงินเดือน และประเภทที่ 2 ค่าจ้าง ค่าตำแหน่ง สองส่วนนี้บวกกัน นำไปหักเงินได้สุทธิ ได้ถึง 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

ประเภทที่ 3 ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญหา (ค่าแห่ง Goodwill) สามารถนำมาเป็นรายจ่ายได้ 50% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

ประเภทที่ 4 ดอกเบี้ย เงินปันผล ดอกเบี้ยเงินฝากต่างๆ ไม่สามารถคิดค่าใช้จ่ายเพื่อนำมาหักลบได้

ประเภทที่ 5 ค่าเช่าทรัพย์สิน เงินจากการผิดสัญญาเช่า เงินจากการผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน นำมาคิดเป็นรายจ่ายได้ 10-30% ของรายได้ประเภทนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์

ประเภทที่ 6 เงินได้วิชาชีพอิสระ (ตามที่กำหนด) เงินได้จากการประกอบอาชีพอิสระตามที่กำหนด นำมาคิดเป็นรายจ่ายได้ 30-60% ของรายได้ ขึ้นอยู่กับอาชีพนั่นๆ

ประเภทที่ 7 รับเหมา ทั้งแรงงานและค่าของ เช่นรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง สามารถนำมาคิดรายจ่ายได้ถึง 60% ของรายได้ประเภทนี้

ประเภทที่ 8 เงินได้ประเภทอื่นๆ เป็นรายได้ที่ไม่เข้าข่ายรายได้ประเภทที่ 1-7 โดยสามารถหักรายจ่ายได้ตามจริง แต่หากมีรายรับจาก รายได้ 43 ประเภท สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา (60% ของรายได้)

อ่านเพิ่มเติม: เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท และหลักเกณฑ์หักค่าใช้จ่าย

**สำหรับผู้สูงอายุ (ุ65 ปีบริบูรณ์ในปีที่ยื่นภาษี) และคนพิการ (ที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการ) ที่มีรายได้และต้องยื่นภาษี สามารถใช้สิทธิประโยชน์หักค่าใช้จ่ายได้ 190,000 บาท จากรายได้ประเภทใดก็ได้ที่ได้รับในปีภาษีนั้นๆ**

สิทธิลดหย่อนภาษี ปี2561 สำหรับบุคคลธรรมดามีอะไรบ้าง

“ก่อนจะไปดูรายการสิทธิลดหย่อนภาษี ต้องบอกก่อนว่า ค่าลดหย่อนภาษี 10,000 บาท ไม่ได้แปลว่าจะลดภาษีที่ต้องจ่ายได้ 10,000 บาท นะคะ เพราะค่าลดหย่อนตรงนี้จะเป็นตัวไปลบกับเงินได้พึงประเมินให้น้อยลง เพื่อเวลาเอาไปคูณอัตราภาษีจะได้ประหยัดกว่านั่นเอง”

เข้าสู่สิ่งที่ทุกคนอยากรู้กันเลย ปีนี้จะมีรายการอะไรบ้างที่สามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนภาษี และลดหย่อนได้รายการละกี่บาท เราจะแบ่งสิทธิลดหย่อนภาษีออกเป็น 4+1 กลุ่มย่อยๆ ที่ต้องแบ่งเป็น 4+1 เนื่องจากกลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่ 5 จะต้องคิดหลังจากการนำเงินได้ที่ต้องยื่นภาษี หักรายจ่ายและค่าลดหย่อนกลุ่มที่ 1-4 ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ถึงจะนำสิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มที่ 5 มาใช้คิดได้ ค่าลดหย่อนภาษีทั้ง 5 กลุ่มมีดังนี้

กลุ่มที่1 ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

กลุ่มที่2 ค่าลดหย่อนภาษีเบี้ยประกัน

กลุ่มที่3 ค่าลดหย่อนภาษีการลงทุน

กลุ่มที่4 ลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

กลุ่มที่5 ลดหย่อนภาษีจากการบริจาค

วิธีการคำนวณภาษีตามขั้นบันได

เมื่อได้ก้อน เงินได้สุทธิ (เงินได้สุทธิรายได้-รายจ่าย(ตามประเภทของรายรับ)-ค่าลดหย่อน) นำมาคูณกับอัตราภาษี จึงจะได้ภาษีที่ต้องจ่ายให้กรมสรรพากรนั่นเอง

สมมุตินาย ก. เป็นพนักงานบริษัท มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว ซึ่งนาย ก. ได้รับเงินเดือนเดือนละ 32,000 บาท

> 32,000 x 12 เดือน = 384,000 บาทต่อปี

ลบค่าใช้จ่าย: นำรายได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายคิดจากประเภทรายได้แบบเงินเดือน (ในที่นี้คือรายได้ประเภททีี่ 1)

> 384,000 – 100,000 = 284,000 บาท

ลบค่าลดหย่อนภาษี: นำ 284,000 บาท หักด้วยค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และค่ากองทุนประกันสังคม 9,000 บาท

> 284,000 – 60,000 – 9,000 = 215,000 บาท

ดังนั้น 215,000 บาท คือเงินได้สุทธิที่ต้องนำคิดภาษี

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การคำนวณภาษีเทียบตามตารางอัตราภาษี

จากเงินได้สุทธิของนาย ก. ที่เราคิดไว้ด้านบน คือ 215,000 บาท

วิธีคิดภาษีแบบขั้นบันได

ในกรณีที่เงินได้สุทธิเกินขั้นบันไดที่ 2 

เช่น หากนาย ก. มีเงินได้สุทธิ 430,000 บาท

 

ใครที่มีรายได้เยอะก็จะต้องเสียภาษีเยอะตามไปด้วย แต่จะเสียภาษีให้น้อยลงหรือประหยัดภาษีได้ ก็ต้องมีค่าลดหย่อนภาษีเยอะๆ โดยกลับไปดูว่าตัวเองมีค่าลดหย่อนอะไรบ้างที่สามารถใช้สิทธิได้ หรือหากอยากลงทุนในหุ้น ลองหันมาซื้อพวกกองทุน LTF หรือ RMF เพื่อจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีและได้ลงทุนไปด้วย แต่ก็อย่าลืมถามความต้องการของตัวเอง และเงินในกระเป๋าก่อนลงทุนหรือนำไปหาวิธีลดหย่อนอื่นๆ เสมอนะคะ เข้าใจเรื่องการคำนวณภาษีกันไปแล้ว ลองนำไปคำนวณกันดูคร่าวๆ ก่อนยื่นภาษีช่วง มกราคม-มีนาคม 2562 ที่จะมาถึงนี้นะคะ จะได้วางแผนการเสียภาษีได้ทัน

อ่านบทความการยื่นภาษีเพิ่มเติมได้ที่: 

How to มือใหม่ยื่นภาษียังไงให้ได้เงินคืน

เจ้าของธุรกิจคนไหน สงสัยเรื่องการจดทะเบียนเครื่องคิดเงินสด อ่านต่อได้ที่:

ซื้อเครื่องบันทึกเงินสด ต้องจดทะเบียนกับสรรพากรหรือเปล่า?

ที่มา: aommoney.com/ itax.in.th/ rd.go.th